บริษัท 9 บิลเลี่ยนกรุ๊ป จำกัด มีนโยบายหลักที่สำคัญที่สุด คือ การบริการหลังการขาย ที่รวดเร็วทันใจ รับผิดชอบ ไม่บ่ายเบี่ยง    ไม่โกหกลูกค้า ตามตัวง่าย โทรมารับรองว่าเจอตัวแน่นอน.....

ราคากล้องวงจรปิด

กล้องวงจรปิดมีราคาที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่คุณภาพ วัสดุ เลนส์ หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ หากจะติดตั้งกล้องวงจรปิดควรเลือกกล้องวงจรปิดให้เหมาะกับการใช้งาน

ชนิดของกล้องวงจรปิด
1. กล้องมาตรฐาน (Standard Camera)
กล้องวงจรปิดมาตรฐาน เป็นกล้องทรงกระบอกที่ใช้ติดตั้งภายในอาคาร สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยน
มุมของภาพ โดยส่วนมากนิยมติดกล้องมาตรฐานไว้เพื่อปรามคน ทำให้เห็นว่าในสถานที่นั้นๆมี กล้องวงจรปิดติดไว้ทำให้คนที่จะมาทำมิดี มิร้ายกับสถานที่นั้นกลัว ไม่

กล้าที่จะทำอะไร เพราะมีกล้องติดอยู่
สิ่งจำเป็นสำหรับกล้องวงจรปิดมาตรฐาน (Standard Camera)
1.1. กล้อง (Camera)
1.2. เลนส์ (Lens)
1.3. ขายึด (Bracket)
1.4. อะแดปเตอร์ (Adapter)

2. กล้องวงจรปิดอินฟราเรด (Infarred Camera)
กล้องวงจรปิดอินฟราเรดเป็นกล้องที่จับภาพในที่มืดสนิทได้ทำจากวัสดุทนทานสามารถนำไปติดภายนอกอาคาร
ได้กันน้ำได้(แต่ไม่ถึงกับจุ่มน้ำ)การเลือกกล้องวงจรปิดอินฟราเรดนั้นควรเลือกตามระยะของอินฟราเรดอย่างเช่นกล้องที่มี
ระยะอินฟราเรด 10 เมตร 20 เมตร 30 เมตร และระยะอื่นๆ ที่เราจำเป็นต้องใช้
สิ่งจำเป็นสำหรับกล้องวงจรปิด (CCTV)อินฟราเรด
2.1. กล้อง (Camera)
2.2. ขายึด (Bracket)
2.3. อะแดปเตอร์ (Adapter)

3. กล้องวงจรปิดโดม (Dome Camera)
DOME CCTV
กล้องวงจรปิดโดม เป็นกล้องที่ติดเพื่อความสวยงาม มีขนาดเล็ก ติดภายในอาคาร หากต้องการทำความสะอาดก็ทำได้โดยง่าย ส่วนมากจะติดกล้องโดมในห้องสวยงาม

ห้องครัว ห้องประชุม ห้องนั่งเล่น หรือในลิฟท์ เป็นต้น

สิ่งจำเป็นสำหรับกล้องโดม
3.1. กล้อง (Camera)
3.2. อะแดปเตอร์ (Adapter)

4. กล้องวงจรปิด Pan/Tilt/Zoom (Speed Dome Camera)
กล้องวงจรปิดสปีดโดมเป็นกล้องที่มีความสามารถในการหมุนรอบตัวเองได้ ก้มเหงยได้ ซูมภาพได้ มี
ทั้งชนิดที่เป็นแบบติดภายนอกอาคาร และติดตั้งภายในอาคาร ควรติดตั้งกล้องวงจรปิด ชนิดนี้เพื่อตรวจตราบริเวณโดยรอบของพื้นที่ และในสถานที่หนึ่งๆสามารถ

ติดกล้อง Speed Dome ได้มากกว่า 1 ตัว การสั่งการหรือควบคุมกล้อง Speed Dome ต้องสั่งโดยเครื่องบันทึก หรือสั่งจากคีย์บอร์ควบคุม

5. กล้องวงจรปิดไอพี ( IP Camera )
กล้องวงจรปิดไอพี เป็ฯกล้องที่ส่งภาพทางระบบเครอข่าย ดูภาพที่ไหนก็ได้ ทุกที่ทุกเวลา หากต้องการ
บันทึกก็ต้องบันทึกลงคอมพิวเตอร์ที่เปิดดูภาพของกล้องไอพีตัวนั้น การทำงานของกล้องไอพีจะมีดังนี้
ในครั้งต่อไปจะได้กล่าวถึงฟังก์ชั่นของกล้องวงจรปิด ว่ามีฟังก์ชั่นอะไรบ้าง ที่ทำให้กล้องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

กล้องวงจรปิด ราคา

ราคาของกล้องวงจรปิด มีอยู่มากมายหลายราคา ขึ้นอยู่กับระบบของตัวกล้อง ลักษณะการเดิินสาย ความคมชัดของกล้องและยี้ห้อของกล้อง กล้องวงจรปิดถูกแบบเป็นตามลักษณะการเดินสาย 2 ประเภทก็คือ กล้องวงจรปิดแบบอนาล็อก (Analog Camera) และกล้องวงจรปิดแบบเน็ตเวิร์ค (Network Camera) หรือกล้องแบบ IP Camera กล้องวงจรปิดนั้นมีหลายเกรดซึ่งคุณภาพ ของมันจะต่างกันที่ เลนส์ เซ็นเซอร์รับแสง แผงวงจรปิด และตัวบอดี้ของกล้อง ยิ่งของเกรดดีก็จะยิ่งมีความ ทนทานสูงและได้ภาพที่คมชัดอีกด้วย

ip camera

กล้อง IP Camera หรือ กล้องไอพี คือกล้องวงจรปิดประเภทหนึ่งครับนี่ละครับ โดยเป็นกล้องวงจรปิดประเภทที่นำความสามารถของกล้องวงจรปิด และ ระบบComputer Network มารวมกัน โดยตัวกล้อง จะประกอบไปด้วย Image Processing, Compression, Video Analysis และ Network function ครับ นอกจากนี้ IP Camera ยังมีส่วน Storage เพื่อที่จะสามารถ Upgrade Firmware ได้ด้วยครับ

ที่เหมือนกับ Computer ก็คือ IP Camera จะมี เลข IP (คล้ายๆเลขที่บ้านใช้บอกว่า เครื่องคอมพ์ แต่ละเครื่องอยู่ที่ไหนของ Network) ของ ตัวเองครับ ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบ Network ที่บ้าน ที่ออฟฟิส หรือสำนักงานได้ด้วยตัวมันเอง ไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมครับ จุดนี้เองทำให้มันแตกต่างกันกับ Web Cam ครับ

เนื่องจาก กล้องวงจรปิด IP Camera หรือ กล้อง IP มี IP Address ของตัวเอง ทำให้สามารถเสียบสาย LAN หรือต่อ Wifi ต่อกับ Network ได้เลยครับ (ไม่ต้องเชื่อมต่อจาก PC หรือ Notebook) ไม่เหมือนกล้อง Web Cam ที่ต้องเชื่อมต่อผ่าน USB กับ Computer PC หรือ Laptop เท่านั้น ว่าง่ายๆคือ WebCam ต้องต่อกับคอมพ์เท่านั้นถึงใช้งานได้ ถ้าติดหลายตัว ก็อาจจะต้องเปิดคอมพ์หลายๆเครื่อง ในแต่ละจุด! ฟังดูวุ่นวายใช่ไหมครับ

นอกจากนี้ กล้องวงจรปิด IP Camera ยังสามารถตั้งค่าให้ ดู Live VDO หรือถ่ายทอดสดผ่าน Web Browser ได้เลย (ไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม) พร้อมบันทึกได้ด้วย (ในกรณีที่เปิด Computer เพื่อบันทึก หรือ NAS หรือ FTP จะกล่าวต่อไปในคราวหน้านะครับ) และยังตั้งเวลาในการบันทึกภาพ หรือวีดีโอ และ Motion Censor ด้วยครับ

 

กล้องวงจรปิด
กล้องวงจรปิด (CCTV Camera) คำว่ากล้องนั้นก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าอุปกรณ์ตัวนี้ใช้สำหรับ ถ่ายภาพ ซึ่งความชัดของภาพก็อยู่ที่อุปกรณ์ตัวนี้เป็นหลัก โดยกล้องวงจรปิดในปัจจุบันนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทก็คือ กล้องวงจรปิดแบบอนาล็อก (Analog Camera) และกล้องวงจรปิดแบบเน็ตเวิร์ค (Network Camera) หรือกล้องแบบ IP Camera กล้องวงจรปิดนั้นมีหลายเกรดซึ่งคุณภาพ ของมันจะต่างกันที่ เลนส์ เซ็นเซอร์รับแสง แผงวงจรปิด และตัวบอดี้ของกล้อง ยิ่งของเกรดดีก็จะยิ่งมีความ ทนทานสูงและได้ภาพที่คมชัดอีกด้วย
 
 
กล้องวงจรปิด hd
หลายๆ คนคงเคยเห็นคำว่า HD กันมาบ้างแล้วเช่น HD TV หรือ HD Video ซึ่ง HD นี้ย่อมาจากคำว่า High Definition แปลว่าความละเอียดสูง ดังนั้น HD CCTV ก็คือกล้องวงจรปิดความละเอียดสูงนั่นเอง โดยการส่งสัญญาณวีดีโอแบบดิจิตอลไปบนสายแบบอนาล็อก ซึ่งใช้เทคโนโลยีในการส่งแบบ HD SDI บนสายเคเบิล (RG59, RG6, RG11) ทำให้ภาพที่ได้มีความคมชัดไม่ขาดหายและมีความเสถียรสูง
 
กล้องวงจรปิดแบบ HD
 
ข้อดีของกล้องวงจรปิดความละเอียดสูงแบบนี้คือเราสามารถบันทึกภาพระดับ 1080P ได้ โดยไม่ต้องเดินสายหรือเปลี่ยนสายสัญญาณใหม่ และยังสามารถส่งภาพได้อย่างลื่นไหลไม่มีกระตุก สัญญาณหาย ดีเลย์ หรือการกำหนดค่าต่างๆ ที่ตัวกล้องก่อนการใช้งาน
 
เทคโนโลยีของกล้องวงจรปิดแบบ HD CCTV
 
ให้ภาพที่มีความละเอียดสูงถึง 1080P หรือ 1920x1080 Pixel ทำให้ภาพที่ได้มีความละเอียดคมชัดมากกว่ากล้องวงจรปิดแบบอนาล็อกทั่วไปถึง 6 เท่า
 

บริษัท วาตาชิ เอ็นจิเนียริ่ง เป็นผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัย และกล้องวงจรปิดระดับสากล เราเป็นบริษัทผู้นำ เข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์เทคโนโลยี่ด้านระบบรักษาความปลอดภัย ภายใต้ตราสินค้า Watashi ด้วยปรัชญาความ มุ่งมั่น เราได้ทำการทดลองและ วิจัยสินค้าอยู่เสมอ

ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเราทุกคน โดยเฉพาะเทคโนโลยีในเรื่องการรักษาความปลอดภัยประเภทกล้องวงจรปิด ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี ของกลุ่มบริษัท ทีซีที กรุ๊ป ภายใต้ตราสินค้า วาตาชิ ทำให้ลูกค้าทั่วไปมั่นใจได้ว่า เราเป็นผู้นำสินค้าทางด้าน ระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร มีสินค้าที่มีคุณภาพ และการพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งความพร้อมในเรื่องทีมงานหลังบริการด้านการขาย มีเบอร์โทรศัพท์ Call Center 1795 เพื่อรองรับความต้องการและให้คำปรึกษาแนะนำเบื้องต้น รวมทั้งสร้างตราสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

อีกทั้งกลุ่มบริษัท ทีซีที กรุ๊ป ยังมีสินค้า Accessories Computer ภายใต้ตราสินค้า Dtech และ กระเป๋า WXD ที่กลุ่มบริษัท ทีซีที กรุ๊ป ได้คัดสรรมาเพื่อตอบสนองความต้องการ ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีที่ทันสมัย, คุณภาพสินค้า รวมทั้งราคาที่ยุติธรรม และยังทำส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรทางการค้า ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์สินค้าในกลุ่มบริษัท ทีซีที กรุ๊ป ให้เป็นที่รู้จัก และเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นตามแนวความคิดปรัชญาการทำงานที่เรายึดถือมา โดยตลอด

บทความน่ารู้ เรื่องกล้องวงจรปิด

กล้องวงจรปิด ( CCTV ) คือ อะไร ???... เรามารู้จักกล้องวงจรปิด กันเถอะ :

*** กล้องวงจรปิด (CCTV) คือ กล้องวีดีโอ (VDO) ที่สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหว ณ เวลาปัจจุบัน แล้วส่งสัญญาณภาพมาบันทึกไว้ที่เครื่องบรรทึกได้ตลอดเวลา แล้วสามารถเล่นวีดีโอที่บันทึกไว้ ย้อนหลังได้ เพื่อกลับมาดูภาพวีดีโอเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาได้ ซึ่งกล้องวงจรปิด หรือ CCTV จะมีส่วนประกอบสำคัญ ดังต่อไปนี้

1.ตัวกล้องวีดีโอ ที่รับภาพจากเหตุการณ์

2.ตัวเครื่องบันทึก สัญญาณภาพจากกล้องวีดีโอ

3.สายสัญญาณ สำหรับส่งสัญญาณภาพจากกล้องวีดีโอ ไปสู่ เครื่องบันทึก

4.ฮาร์ดดีส สำหรับเก็บข้อมูลสัญญาณภาพที่เครื่องบันทึกรับสัญญาณเข้ามา

5.ระบบไฟฟ้าที่จ่ายไฟฟ้าให้กับกล้องวีดีโอและเครื่องบันทึก เพื่อให้สามารถทำงานได้

    ทั้งหมดเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของระบบกล้องวงจรปิด ถ้าขาดส่วนใดไปก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

 

กล้องวงจรปิดมีประโยชน์อย่างไร ????

กล้องวงจรปิดเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมมากในเรื่องความปลอดภัยในปัจจุบันนี้ ล้วนเป็นเครื่องมือป้องกันการโจรกรรม การย่องเบา การทำลายทรัพย์สินและเหตุร้ายอื่นๆ มันไม่เพียงแต่ช่วยในการป้องกันทรัพย์สินโดยบันทึกภาพฟุตเทจแต่ยังลดเหตุร้ายที่สามารถเกิดขึ้นได้ การที่สามารถเห็นภาพผ่านกล้องวงจรปิดช่วยในการจับภาพผู้ก่อเหตุร้ายและลดโอกาสในการก่อเหตุใดๆ นอกเหนือจากนี้กล้องวงจรปิดยังจับภาพและบันทึกวิดีโอที่อาจจะเป็นประโยชน์ในการชี้ตัวผู้บุกรุกในการไต่สวน ข้อดีมากมายคือดังนี้
1. ป้องกันการลักขโมยสินค้า : การติดตั้งกล้องวงจรปิดมากขึ้นช่วยให้พนักงานรักษาความปลอดภัยสามารถตรวจดูลูกค้าและพนักงานเองในการลดจำนวนขโมย
2. ลดการทำลายทรัพย์สิน : กล้องวงจรปิดภายนอกที่ใช้ในการตรวจเหตุภายนอกของร้านคาช่วยในการลดการทำลายทรัพย์สินที่เกิดขึ้นกับห้างร้านได้ ช่วยป้องกันการขโมยสินค้าในร้านค้าและช่วยป้องกันการเขียนกราฟฟิติและการติดโพสเตอร์
3. ตรวจภาพฟุตเทจ : การใช้เครือข่ายกล้องวงจรปิด ผู้ใช้จะสามารถตรวจภาพฟุตเทจได้อย่างง่ายดายของบริเวณที่ใช้งานได้จากที่ใดก็ตามภายในโลกด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ฟุตเทจจะสามารถบันทึกภาพได้
4.สำหรับเจ้าของบ้าน : กล้องวงจรปิดช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถตรวจสอบสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในบ้านได้ กล้อง “พี่เลี้ยง” ได้รับความนิยมมากในการตรวจสอบพฤติกรรมของพี่เลี้ยงที่กระทำต่อเด็กๆ ได้ กล้องแบบบุลเลตและกล้องซ่อนจึงเหมาะกับวัตถุประสงค์เช่นนี้มาก
5.ลดค่าประกันภัย : การใช้งานที่เหมาะสมของกล้องวงจรปิดภายในบ้าน สำนักงานหรือพื้นที่สำคัญอื่นๆ ช่วยลดค่าประกันภัยได้ถึง 5 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ค่ะ

 

ป้องกัน 2ชั้นดีกว่ามั้ย ?


กล้องวงจรปิดสามารถบันทึก และตรวจสอบเหตุการณ์ในบ้านได้ตลอดเวลา แม้ว่าจะอยู่นอกบ้าน(ในกรณีที่ต่อกับอินเตอร์เนต) กล้องวงจรปิดไม่รบกวนการอยู่อาศัย เเต่ ถ้าขโมยคลุมหน้า กล้องวงจรปิดก็หมดประโยชน์ กล้องวงจรปิดไม่สามารถป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น มีประโยชน์เมื่อเกิดเหตุไปแล้ว ฉะนั้นถ้าคิดว่าบ้านคุณไม่ค่อยปลอดภัยแนะนำให้ติดทั้งสัญาณกันขโมยและกล้องวงจรปิด จะได้ป้องกันและเก็บเป็นหลักฐานด้วยค่ะ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง เพราะปัจจุปัน ขโมยขโจรก็ชุกชุมเหลือเกิน ลองๆมองความไม่ปลอดภัยไว้น่ะค่ะ บางครั้งบางทีเหตุรายอาจจะมาเเบบไม่ทันได้ตั้งตัวน่ะค่ะ

 

หากติดกล้องวงจรปิด แต่อยากดูผ่านมือถือได้ ??? ต้องทำยังไง???
ถ้าคุณติดกล้องของhiview อยู่แล้ว หรือ อาจจะเป็นกล้องวงจรปิดของยี่ห้ออื่นต่างจากนี้ื จากนั้นเข้าไปตั้งค่าในตัวกล่อง hiview ในส่วนของ ddns หรือที่เว็บไซต์ของ hiview ครับ เพื่อให้ตัวกล่อง เชื่อมกับ ddns ของ hiview ครับ
จากนั้นให้ใส่ชื่อ ddns ที่ได้รับมา เข้าไปในตัวกล่อง ครับ และ ตรวจสอบพอร์ต ที่เปิดสำหรับหน้าเว็บไซต์ ดูกล้อง และพอร์ตดูกล้องสำหรับ mobile ครับ จากนั้น ฟอร์เวิร์ดพอร์ต ในตัวเร้าเตอร์ ครับ ปิดไฟร์วอลด้วย เพื่อทดสอบ จากนั้น ตั้งค่าในมือถือ ด้วย app ที่รองรับ hiview ครับ (ซึ่งผมไม่รุ้ว่า ใช้ app อะไร)ให้ใส่พอร์ตสำหรับ mobile เข้าไปครับ และตั้งค่า จำนวนกล้องที่มี ถ้าดูได้แล้ว ให้เข้า ไปที่เร้าเตอร์ ทดสอบเปิดไฟร์วอล ของเร้าเตอร์ครับ ดูกล้องจากมือถืออีกทีว่าดูได้ไหม? ลองทำดูจ้า
*ถ้าดูไม่ได้ ให้มั่นใจว่า ทำตามทุกข้อแล้ว
**ทุกข้อ มีวิธีการทำที่ไม่ตายตัว ฉะนั้น ต้องมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ พอสมควรครับ
***หากเป็น ais airnet ต้องซื้อ package + (พลัส) สำหรับ การใช้งานฟอร์เวิร์ดพอร์ตจาก isp ไม่ใช่ เร้าเตอร์

 

IP CAMERA คือ อะไร

IP Camera (Internet Protocol Camera) คือ กล้องวงจรปิดที่รวมเอา คุณสมบัติของ Web Server ไว้ในตัวกล้อง (คล้ายกับเป็นการนำเอาความสามารถบางส่วนของเครื่องคอมพิวเตอร์บรรจุลงไปในตัวกล้องวงจรปิด) เพื่อให้สามารถ ดูภาพสดบนระบบ internet หรือ ระบบเครือข่ายได้ โดยผู้ใช้งานสามารถ ดูภาพจากระยะไกลเพื่อใช้ในการรักษาความปลอดภัย และ เฝ้าระวัง ภายใน บ้าน สำนักงาน โรงงาน ห้างสรรพสินค้า และอื่นๆ ได้ IP Camera มีทั้งแบบใช้สาย (Wiring) และแบบไร้สาย 

ทำไมต้องใช้ HD-CVI? มันดีกว่ายังไง ดีกว่า กล้อง IP อีกเหรอ?

HDCVI (High Definition Composite Video Interface) is an over-coaxial-cable analog HD video transmission standard which developed in-house. The technology renders two HD video formats—1920H (1920×1080) & 1280H (1280×720) by progressive scanning.

แปลเป็นภาษาชาวบ้านว่า กล้องความคมชับแบบ HD โดยสัญญาณที่ใช้เป็นแบบ Analog หรือสาย RG นี้แหละ ซึ่งมีความละเอียดอยู่สองระดับคือ 1.3ล้าน (หรือ 720p) และ 2.0 ล้านพิกเซล (หรือ 1080P) โดยส่งสัญญาณแบบ โปรแกรสซิบ จ๊ะ....

งงอยู่ไหมครับ...ผมสรุปเลยว่า 

1.เทคโนโลบีนี้กล้องที่มีความละเอียดแค่ 2 แบบ คือ 1.3 ล้าน และ 2.0 ล้าน

2.สายที่ใช้เดินสัญญาณภาพจากกล้องไปหาเครืองบันทึกใช้สาย RG6 ซึ่ง

    - ความละเอียดที่ 2 ล้านเดินสายได้ไกลสุด 300 เมตร

    - ความละเอียดที่ 1.3 ล้านเดินสายได้ไกลสุด 500 เมตร

 มันดีตรงที่ไม่ต้องใช้สายแลน เพราะสายแลนด์ เดินได้ไกลสุด 100 เมตร หากไกลกว่านั้นต้อง Fiber Optic ซึ่งแพง....(จริงๆ ตัวFiber optic เนี่ยไม่เท่าไหร่ มันแพงตรงอุปกรณ์ส่วนควบที่ต้องใช้ เช่น media converter ค่าแรงเข้าหัว Fiber ตู้,ถาดเก็บหัว, สาย patch cord ฯลฯ... คืออุปกรณ์มันเยอะครับ) 

3. มันติดตั้งง่าย ไม่ต้องconfig IP เสียบปุ๊บ ภาพขึ้นเลย เพราะมันเดินสาย แบบ point to point

4. สาย RG6 เส้นเดียว ส่งได้ทั้งภาพ และเสียงและ control กล้อง Speed dome ได้ภายในเส้นเดียวกัน

 

5. ราคาถูกว่า IP ครึ่งนึง เพราะอุปกรณ์ ที่ใช้ระบบกล้อง IP มีราคาสูงกว่า เท่าตัว

 

มันดีกว่า IP  อีกเหรอ?

 

มันไม่ได้ดีกว่าครับ คุณภาพมันต่ำกว่านิดนึง แต่ราคาแพงกว่า Analog นิดเดียว อุปกรณ์ต่อพ่วงก็ถุกกว่า ดูแลรักษาง่ายกว่า Upgrand จากของเก่าที่เป็น Analog ก็ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงระบบอะไร ช่างที่ไหนก็ทำให้ได้ (ทำให้ภาพขึ้นจอนะครับ ทำให้ดู online ได้ยังไงก็ต้องใช้ความรู้นิดนึง) มันเลยเป็นเหตุผลที่น่าสนใจมาก

 

สมมุติว่า ติด Anlog 4 ตัว 25,000 ติด กล้อง IP ราคาประมาณ 60,000 ติด HD CVI จะประมาณ 32,000 แต่คุณภาพใกล้เคียง กล้อง IP เลย (จริงๆผู้ผลิตเขียนว่ามันเท่า IP แต่เราทดสอบแล้วว่า คุณภาพยังไม่เท่า IP ห่างกันอยุ่สัก 20% เราจีงเขียนว่ามันไม่เท่านะครับ

 

 

     
        HD-SDI คืออะไร


HD-SDI  (high-definition Serial Digital  Interface)

    HD คือระดับภาพที่มีความละเอียดสูง SDI เป็นอินเตอร์เฟซใช้ส่งผ่านสัญญาณ
วีดีโอที่เข้ารหัสเป็นแบบดิจิตอล รวมถึงสัญญาณเสียงสัญญาณควบคุม หรือ 
แม้กระทั่งไฟเลี้ยง ผ่านสาย Coaxial หรือสาย RG-6 ดังนั้นเราจึงสามารถที่จะทำ
การส่งสัญญาณวีดีโอที่มีความละเอียดสูงระดับ Full HD 1080pโดยไม่ต้องบีบอัด
หรือลดทอนสัญญาณและไม่ต้องเดินสายอื่นเพิ่มอีกด้วย

ตัวอย่างกล้องที่เป็น HD-SDI



ตัวอย่างการเชื่อมต่อของระบบ



เปรียบเทียบระหว่างกล้องธรรมดากับกล้องแบบ SDI

ทำใมต้องเป็น HD-SDI CCTV ?

- สามารถใช้สายแบบเดิมในการส่งสัญญาณคือสาย Coaxial หรือสาย RG6
  ที่เราใช้ในปัจจุบัน
- True Live HD แสดงประสิทธิภาพ ของระบบHD ได้เต็มรูปแบบโดยไม่มี
  การลดทอน
- การติดตั้งการเชื่อมต่อต่างๆเหมือนกับกับ CCTV แบบเดิม
- Full HD Video
- ไม่มีการบีบอัด

เต็มประสิทธิภาพ 1080p Full HD
- 1080p 30FPS full HD (1920x1080)
- True live HD viewing, no latency
- ความละเอียดมากกว่า analog CCTV 6 เท่าตัว



ลดต้นทุนและง่ายในการอัพเกรด
- สามารถทำการเปลี่ยนมาใช้ HD surveillance โดยใช้โครงสร้างเดิมของ
  CCTV แบบเดิม
- การติดตั้งและการเชื่อม เหมือนกันกับ CCTV แบบเดิม
- ไม่ต้องเรียนรู้ใหม่เพราะทุกท่านเป็นมืออาชีพอยู่แล้ว

huperVision HDcctv on Intel® Sandy Bridge Platform

- มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย  2nd Generation Intel® Core™ Processor
  (code name: Sandy Bridge)
   - การประมวลผลที่เพิ่มขึ้น
   - สามารถในการด้านกราฟิกมากขึ้น
- huperVision HD-SDI CCTV on Sandy Bridge Platform
- รองรับเข้ารหัสสัญญาณภาพ 1080p H.264 real-time ทั้งภาพสด
  และภาพย้อนหลัง
ความรู้เกี่ยวกับ กล้องวงจรปิด
 

1) ชนิดของกล้องวงจรปิด
       • ชนิดของกล้อง กล้องวงจรปิดมีหลายชนิดหลายแบบ โดยแบบได้คร่าว ๆ ดังนี้
      - กล้องแบบ CS MOUNT เป็นกล้องที่ต้องใช้เลนส์ต่อกับกล้อง ทำให้เกิดภาพ ข้อดี คือภาพจะชัด เพราะเลนส์ที่ใช้เป็นเลนส์  

         มาตรฐานขนาดใหญ่
      - กล้องแบบโดม เหมาะสำหรับสถานที่ที่ต้องการความสวยงามหรือไม่ต้องการให้สังเกตเห็นว่ามีการติดตั้งกล้องวงจรปิด

       • ความละเอียดของภาพ (RESOLUTION) กล้องที่ให้ภาพจะชัดเจนหรือไม่ขึ้นอยู่กับชนิดของแผ่นรับภาพ CCD ซึ่งแบ่งได้ 2

          แบบ คือ
       - NORMAL RESOLUTON เป็นแบบที่มีความละเอียดของภาพปกติ ประมาณ 330 - 380 TV LINE
       - HIGN RESOLUTION เป็นแบบที่มีความละเอียดของภาพสูงประมาณ 400 - 550 TV LINE หมายเหตุ กล้องที่มีความละเอียด

 ของภาพสูงจะมีราคาสูงตามไปด้วย

      • ความสามารถในการรับแสง (ILLUMINATION)กล้องที่มีความสามารถในการรับแสงต่ำ(LUX)จะสามารถใช้ในสถานที่ที่มีความ

         สว่างน้อย (ในที่มืด) ได้ และราคาจะสูงตามไปด้วย

2) อุปกรณ์ควบคุมและบันทึกภาพ
ประกอบด้วย
       
       - แบบใช้ HARDDISK (DVR)
       - บันทึกภาพลง HARDDISK แบ่งได้ 3 ประเภท
       - แบบ CARD เป็น CARD ที่สามารถต่อกล้องได้ 4, 8, 16 ตัว โดยจะต้องใช้ COMPUTER
       - แบบ STANDALONE เป็นแบบ ที่ประกอบ COMPUTER มาจากโรงงานโดยตรงเป็นแบบ PC BASE
       - แบบ STAND ALONE NON PC เป็นแบบ อุปกรณ์ประกอบจากโรงงานทั้งชุดและไม่ใช้โปรแกรม WINDOW (NON PC)

3) กล้อง Network camera (กล้อง IP CAMERA) 
       1. การ Access หรือการเข้าถึงตัวกล้อง ซึ่งโดยปกติแล้วกล้อง Network camera นั้นสามารถที่จำทำการเข้าถึงตัวกล้องได้จากทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนบนโลก เนื่องจากว่าตัวกล้องนั้นสามารถทำงานได้บนพื้นฐานระบบเครือข่าย(Network)ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกล้องเข้ากับระบบ LAN, Wan แล้วก็ Internet ได้ โดยสามารถเรียกดูภาพจากกล้องได้อย่างง่ายดายเพียงแค่เปิดโปรแกรม IE (Internet Explorer) ซึ่งมีอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วๆไปอยู่แล้ว ซึ่งแตกต่างจากกล้องระบบ Analog โดยสิ้นเชิง เพราะว่าตัวกล้อง Analogนั้นไม่สามารถเข้าถึงตัวกล้องได้โดยตรงไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม

      2. Easy to use การใช้งานค่อนข้างง่าย เนื่องจากสามารถเรียกดูภาพได้จากโปรแกรม IE (Internet Explorer)ได้อย่างง่ายแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเข้าไปกำหนดค่าการทำงานต่างๆของตัวกล้องได้อีกด้วย

      3. Quality หรือคุณภาพของภาพที่ได้ ในระบบกล้อง Network cameraนั้นผู้ใช้สามารถเข้าไปกำหนดค่าการใช้งานต่างๆผ่านโปรแกรม IE (Internet Explorer) ได้ที่กล้องโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกำหนด Resolutionของภาพ การตั้งค่าการ Compression ของภาพ ซึ่งสามารถที่จะกำหนดคุณภาพของภาพได้ตามความต้องการ อีกทั้งรูปแบบของไฟล์ยังเป็นดิจิตอล ทำให้ไม่เกิดปัญหาในเรื่องของระยะทางในการส่งสัญญาณภาพหรือการดึงภาพมา บันทึก ซึ่งต่างจากระบบ Analog ซึ่งบางครั้งการติดตั้งในระยะที่ไกลเกินไป หรือสภาวะแวดล้อมที่มีสัญญาณกวนต่างๆ จะทำให้การส่งสัญญาณภาพเกิดปัญหาขึ้นได้

       4. System Requirement ความต้องการของระบบ กล้อง Network cameraนั้นสามารถทำงานได้บนระบบเครือข่ายที่ผู้ใช้มีอยู่ได้เลย เพียงแค่ปลั๊กอุปกรณ์กล้องเข้ากับระบบเครือข่ายก็สามารถใช้งานได้ทันที ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งแบบเดินสาย หรือ ไร้สาย (Wireless)และในการบันทึกภาพนั้นก็เพียงแค่ใช้โปรแกรมบันทึกภาพลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั่วๆไปก็สามารถที่จะดึงภาพจากกล้องมาบันทึกได้ทันที ไม่เหมือนกับระบบAnalog ซึ่งจำเป็นจะต้องวางระบบใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การเดินสาย รวมถึงจะต้องซื้ออุปกรณ์ที่เรียกว่า DVR (Digital video recorder)เพื่อใช้ในการบันทึกภาพ

       5. Installation การติดตั้ง ระบบNetwork นั้นสามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดาย หรือสามารถใช้งานร่วมกับระบบเครือข่ายเดิมที่มีอยู่ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นแบบเดินสาย หรือแบบไร้สาย ซึ่งจะยิ่งทำให้การติดตั้งนั้นง่ายดายมากยิ่งขึ้น ผิดกับ Analogซึ่งจะต้องเดินสายใหม่ทั้งหมด

       6. Cabling สายสัญญาณ ระบบNetwork นั้นจะใช้สายสัญญาณประเภท UTP ซึ่งปัจจุบันมีราคาค่อนข้างถูก อีกตั้งตัวสายยังมีความยืดหยุ่นสูง สามารถที่จะเดินสายติดตั้งได้โดยง่าย อีกทั้งปัจจุบันยังมีเทคโนโลยี Wireless LANซึ่งช่วยให้ลดการติดตั้งแบบเดินสายได้อีกด้วย แต่ระบบ Analogนั้นใช้สายสัญญาณประเภท Coax ซึ่งลักษณะของสายมีขนาดใหญ่และค่อนข้างแข็ง ทำให้ในการติดตั้งนั้น ค่อนข้างกระทำได้ยาก เนื่องจากจะต้องเดินสายจากกล้องทุกตัวมาเข้ากับเครื่องบันทึกภาพ (DVR)

       7. Scalability การขยายระบบ ระบบกล้อง Network cameraนั้นสามารถเพิ่มกล้องเข้าสู่ระบบได้โดยง่าย เพียงแค่ปลั๊กกล้องเข้ากับระบบเครือข่ายก็สามารถใช้งานได้ อีกทั้งยังสามารถเพิ่ม ลด หรือย้ายจุดติดตั้งได้อย่างง่ายได้ โดยหากใช้เป็นระบบ Wireless จะยิ่งเพิ่มความสะดวกมากขึ้น ผิดกับระบบanalog ซึ่งแต่ละกล้องจำเป็นจะต้องเดินสายใหม่ทั้งหมด ทำให้ในการเพิ่มจำนวนกล้อง หรือย้ายจุดติดตั้งนั้นทำได้โดยลำบาก ซึ่งหากระยะไกลเกินไปก็อาจจะทำให้สัญญาณภาพเกิดปัญหาขึ้นได้อีก

      8. Cost ค่าใช้จ่าย ระบบกล้อง Network cameraนั้นสามารถใช้งานร่วมกับระบบเครือข่ายที่มีอยู่ได้ทันที ซึ่งโดยปกติแล้ว หากเป็นอาคารสำนักงานต่างๆก็จำเป็นจะต้องมีระบบเครือข่ายใช้งานภายในอยู่ แล้ว หรือหากต้องมีการติดตั้งใหม่นั้น โดยเฉลี่ยแล้วค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแบบเดินสาย UTPนั้นจะถูกกว่าการติดตั้งหรือเดินสายแบบ Coax อยู่ประมาณ 20-30%นอกจากนั้นปัจจุบันราคาของอุปกรณ์ Networkรวมถึงราคาเครื่องคอมพิวเตอร์ยังมีราคาลดลงจากเมื่อก่อนมาก อีกทั้งการติดตั้งระบบเครือข่ายใหม่ นอกจากจะสามารถใช้งานระบบกล้องNetwork camera แล้วยังสามารถใช้งาน Application อื่นๆได้ด้วย ซึ่งทำให้ค่ายใช้จ่ายในปัจจุบันนั้น ไม่ได้สูงกว่าระบบ analog แบบเก่าเลย

      จากเหตุผลต่างๆข้างต้น ผู้ใช้จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันกล้อง Network cameraนั้นค่อนข้างจะมีปะสิทธิภาพ และประโยชน์ในการใช้งานที่หลากหลายกว่าระบบAnalog ไม่ว่าจะเป็นตัวกล้องเอง ระบบในการใช้งานเอง ความยากง่ายในการติดตั้ง เคลื่อนย้าย ก็ตาม แล้วที่สำคัญปัจจุบันค่าใช้จ่ายต่างๆนั้นก็ใกล้เคียงกับระบบ Analogแบบเก่า แต่ให้ประโยชน์การใช้งานที่มากกว่า จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าในการเลือกใช้ระบบกล้องที่เป็นแบบ Network camera

4) การพิจารณาซื้อระบบกล้องวงจรปิด
» ประเทศผู้ผลิต
      ปัจจุบันสินค้าที่ผลิตในประเทศจีนและไต้หวัน ได้เป็นที่รับการยอมรับในด้านคุณภาพและราคา ทำให้เป็นที่นิยมในปัจจุบัน
» อุปกรณ์ที่ใช้
       สินค้าหลักที่ใช้ในระบบกล้องวงจรปิดมี 2 รายการ คือ
       กล้องวงจรปิด แบ่งเป็น 3 ชนิดหลักๆ คือ
       1. กล้องแบบโดม
           เหมาะสำหรับใช้ในอาคาร ที่แสงสว่างไม่เปลี่ยนแปลง ราคาถูก
       2. กล้องแบบทรงเหลี่ยม (CS - MOUNT)
          เหมาะสำหรับใช้ทั้งภายใน และภายนอก ต้องใช้คู่กับเลนส์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนขนาดโฟกัสของเลนส์ได้ ทำให้ได้ภาพที่คมชัดตามพื้นที่ที่ต้องการ
       3. กล้อง INFARED
          เหมาะสำหรับใช้ทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มืดสนิทในตอนกลางคืน เพราะมีหลอด INFARED ผลิตความถี่ให้เห็นในที่มืดสนิทได้

       อุปกรณ์บันทึกภาพ ต้องพิจารณาคุณลักษณะหลักๆ คือ
       1. ชนิดของอุปกรณ์บันทึกภาพ
          แบบ PC BASE จะใช้ในโปรแกรม MS Office มีแบบเป็น CARDและแบบผลิตสำเร็จมาพร้อม Computer จะมีคุณสมบัติมากมายเหมือน Computer
           แบบ STANDALONE เป็นแบบที่เป็นตัวเครื่องผลิตสำเร็จรูปมาจากโรงงาน มีคุณสมบัติครบถ้วนราคาถูก

       2. ความเร็วของภาพที่ดูจากจอภาพ/ ความเร็วในการบันทึกภาพ จะพิจารณาเป็น ความเร็วภาพ/วินาที (Frame)ถ้ามีความเร็วสูง ภาพจะดูต่อเนื่องแต่เปลือง Memory ใน Harddisk มาก

       3. มาตรฐานในการบีบอัด(Compression) ของภาพมาตรฐานที่เป็นที่นิยมกันหลักๆ มีดังนี้ MPEG4 , MJPEG และ H.264 MPEG4 เป็นที่นิยมสูงสุด เพราะใช้พื้นที่ในการบันทึกน้อย
       4. การดูภาพผ่าน Internet / Lan ควรจะสามารถดูผ่าน Internet / Lan ได้
       การรับประกันสินค้า จะต้องขอเอกสาร เงื่อนไข การรับประกัน สินค้าจากบริษัทที่จำหน่าย เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
       การติดตั้ง มีความสำคัญมากไม่น้อยกว่าการเลือกสินค้า สายที่ใช้ในการติดตั้งมี 2 ชนิดคือ

      1. สายไฟฟ้า จะต้องใช้สายที่ได้มาตรฐาน มอก.ระวังผู้ขายที่ขาดความรับผิดชอบจะใช้สายโทรศัพท์แทนสายไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้สายร้อนและเกิดอัคคีภัยได้

       2. สายสัญญาณใช้สายRG6 ที่ได้มาตรฐาน โดยจะต้องใช้สาย SHIELD 90% ขึ้นไป ควรจะใช้ยี่ห้อ มาตรฐาน เพราะถ้าใช้สายถูก ราคาเมตรละ 5 - 8 บาท จะ SHIELD ต่ำ 60%จะใช้งานได้ไม่นาน ภาพของกล้องจะเกิดสัญญาณรบกวน ต้องเดินสายใหม่ทั้งหมด งานติดตั้งจะต้องตรวจสายที่ติดตั้งจริงก่อนชำระการติดตั้ง การติดตั้งสำคัญมาก ถ้าต้องรื้อและเดินสายใหม่จะเป็นเรื่องใหญ่มาก

5) การเลือกบริษัทที่จำหน่าย
      ปัจจุบันธุรกิจกล้องวงจรปิดบูมมากทำให้บริษัทขายกล้องวงจรปิดเกิดมาก ทำให้มีการแข่งขันสูง มีผู้ขายบางรายหลอกลวงลูกค้า บางรายปิดกิจการไป โดยมีปัญหาต่างๆ พอสรุปดังนี้

       1. นำสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มาจำหน่าย โดยเฉพาะสินค้าจากประเทศจีน ปัจจุบันสินค้าจีนที่มี คุณภาพดีมีจำนวนมากแต่ราคาจะใกล้เคียงสินค้าจากประเทศไต้หวันบางครั้งมีการ แอบอ้างว่าผลิต ในประเทศไต้หวัน แต่เป็นสินค้าคุณภาพต่ำจากประเทศจีน ส่วนใหญ่ลูกค้าที่พิจารณาแต่ราคาจะประสบปัญหา ซื้อไปแล้วใช้ไม่ได้นาน สินค้าจะชำรุดเร็วมาก

       2. ผู้ขายไม่บริการหรือบริการช้ามาก เนื่องจากผู้ขายไม่ได้นำเข้าโดยตรง หรือผู้นำเข้าเลิกกิจการ จะต้องพิจารณาความมั่นคงของผู้ขาย หรือผู้นำเข้าเป็นสำคัญ

      3. การติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้สายไฟและสายสัญญาณ ที่ไม่ได้มาตรฐานมาติดตั้ง ทำให้ภาพที่ปรากฏไม่ชัดเจน หรือใช้ได้ไม่นาน ภาพก็ไม่ชัดรวมถึงการไม่รับผิดชอบเกี่ยวกับ การติดตั้ง ควรระวังเรื่องการติดตั้งเป็นเรื่องสำคัญมาก

สรุป
      เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพดี ในราคามาตรฐานพิจารณาชนิด ประเภทของสายที่ใช้ในการติดตั้งอย่างละเอียด ซื้อสินค้า จากบริษัทที่น่าเชื่อถือเป็นมืออาชีพ เป็นผู้นำเข้าหรือตัวแทนของผู้นำเข้าที่ได้รับมาตรฐานรับรอง อาทิ บริษัทที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2000รวมถึงอายุการรับประกันสินค้าถ้านาน จะเป็นหลักประกันในการให้บริการ


      

CCD vs CMOS ใครคือผู้ชนะ

 
     
   CCD  
           ในกล้องทุกตัว แน่นอนหัวใจสำคัญที่สุดอันหนึ่งที่จะทำให้กล้องตัวนั้นถ่ายทอดรูปออกมาได้ สวยก็คงหนีไม่พ้น Sensor รับภาพ ซึ่งมีหน้าที่รับแสงที่เข้ามาแล้วเปลี่ยนค่าแสงนั้นๆเป็นสัญญาณดิจิตอล ซึ่งในปัจจุบันก็คงมี Sensor รับภาพอยู่เพียง 2 แบบใหญ่ๆเท่านั้น ซึ่งก็คือ CCD (ซีซีดี) และ CMOS (ซีมอส) ที่เป็นคู่แข่งที่สำคัญในท้องตลาด  
           CCD - CCD ย่อมาจาก Charge Coupled Device เป็น Sensor ที่ทำงานโดยส่วนที่เป็น Sensor แต่ละพิกเซล จะทำหน้าที่รับแสงและเปลี่ยนค่าแสงเป็นสัญญาณอนาล็อก ส่งเข้าสู่วงจรเปลี่ยนค่าอนาล็อกเป็นสัญญาณดิจิตอลอีกที  
     
 
CCD
 
 
รูป CCD
 
     
 
รูปแสดงการทำงานของ CCD
 
 
รูปแสดงการทำงานของ CCD
 
     
   CMOS  
 
          CMOS - CMOS ย่อมาจาก Complementary Metal Oxide Semiconductor เป็น Sensor ที่มีลักษณะการทำงานโดยแต่ละพิกเซลจะมีวงจรย่อยๆเปลี่ยนค่าแสงที่เข้ามาเป็น สัญญาณดิจิตอลในทันที ไม่ต้องส่งออกไปแปลงเหมือน CCD  
     
 
รูป CMOS
 
 
รูป CMOSM
 
     
 
รูปแสดงการทำงานของ CMOS
 
 
รูปแสดงการทำงานของ CMOS
 
         
  สรุปง่ายๆ คือ CMOS จะมีวงจรแปลงสัญญาณแสงในแต่ละพิกเซลเลย ส่วน CCD ตัวรับแสงจะรับแสงอย่างเดียว และจะส่งค่าที่ได้ออกมาให้วงจรที่มีหน้าที่แปลงสัญญาณอีกที

ความเร็วในการการตอบสนอง

ในแง่นี้ CMOS จะเหนือกว่า เนื่องจากตัว CMOS จะแปลงสัญญาณเสร็จในตัวเอง ไม่ต้องส่งข้อมูลไปยังวงจรอื่นอีก

Dynamic Range (คุณภาพในการรับแสง)

ใน แง่นี้ CCD ได้เปรียบอย่างมาก เนื่องจากตัวรับแสงของ CCD มีแต่ส่วนรับแสงเพียงอย่างเดียว ต่างกับ CMOS ที่ต้องมีวงจรแปลงสัญญาณในแต่ละพิกเซลด้วย ดังนั้นถ้าในขนาดที่เท่ากัน ส่วนรับแสงของ CCD จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า เนื่องจากไม่ต้องเสียพื้นที่ไปให้วงจรอื่นๆเหมือน CMOS

ความละเอียด
ตรงนี้ CCD ได้เปรียบอีกเช่นกัน เนื่องจากเหตุผลเดียวกันกับ Dynamic Range

การใช้พลังงาน
ข้อนี้ CMOS เหนือกว่าเนื่องจากสามารถรวมวงจรต่างๆไว้ในตัวได้เลย ต่างจาก CCD ที่ต้องมีวงจรแปลงค่าเพิ่มขึ้นมา

ดังนั้นพอจะสรุปได้คร่าวๆว่าในแง่ของการทำงาน (ความเร็ว การใช้พลังงาน) CMOS ได้เปรียบ ส่วนในแง่คุณภาพของภาพ CCD ได้เปรียบ

สาเหตุ ที่ผมไม่ใช้คำว่า "เหนือกว่า" เนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีในการผลิตสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ช่องว่างข้อได้เปรียบของ Sensor ทั้ง 2 แบบ ถูกลดต่ำลง โดยหากจะย้อนกลับไปเมื่อซัก 3-4 ปีก่อน ตอนนั้นทุกคนก็คงคิดว่า CCD จะเอาชนะ CMOS ได้อย่างแน่นอน เนื่องจากข้อได้เปรียบในเรื่องคุณภาพและความละเอียดที่พัฒนาได้ง่ายกว่า

แต่ สิ่งที่ CMOS มีแล้วเป็นจุดสำคัญที่สุดก็คือในเรื่องของ "ต้นทุนที่ต่ำกว่า" เนื่องจากสามารถรวมทุกอย่างไว้ในวงจรเดียวได้เลย ดังนั้นเมื่อเทคโนโลยีการผลิตสูงขึ้น ทำให้หลายๆจ้าวเหลียวกลับไปมอง CMOS อีกครั้ง

แต่ถ้าจะถามว่า ในแง่ของผู้ซื้อ หากจะเลือกซื้อกล้องดิจิตอลซักตัว จะเลือกซื้อกล้องที่ใช้ Sensor แบบ CCD หรือ CMOS ดีกว่ากัน คงต้องตอบว่า "ไม่ต้องไปสนใจครับ" หากว่ากล้องตัวนั้นถ่ายรูปออกมาแล้วความคมชัด-สีสัน ถูกใจคุณแล้วละก็ ชนิดของ Sensor ที่ใช้จะสำคัญตรงไหน

เหมือนเวลาเราจะเลือกแฟนซักคน ถ้านิสัยดี หน้าตาเรารับได้ อยู่ด้วยแล้วมีความสุขแล้วละก็ ........ เราจะไปสนใจทำไมละครับว่า "เครื่องใน" เค้าเป็นยังไง ถูกต้องไหมครับ !!!!!!!

 








กล้องวงจรปิด CCTV Day & night VS Infrared

 
     
   กล้องวงจรปิด CCTV Day & Night  
           กล้องวงจรปิด CCTV Day & Night คือ กล้องวงจรปิด CCTV ที่สามารถใช้งานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ต้องการแสงเล็กน้อยเพื่อให้กล้องวงจรปิด CCTV สามารถจับภาพได้ และเมื่อกล้องวงจรปิด CCTV ได้รับแสงน้อยมากๆ ก็จะเปลี่ยนภาพ เป็นโหมด ขาว-ดำ ข้อดีคือ กล้องวงจรปิด CCTV Day & night ไม่ได้จำกัดเรื่องของระยะทางที่ตัวกล้องเพิ่มมากขึ้น ข้อเสียคือ ใช้ในที่มืดสนิทไม่ได้ ต้องการแสงเพียงเล็กน้อยเพื่อให้กล้องสามารถทำงานได้  
 
กล้องวงจรปิด CCTV Panasonic
 
 
ภาพจากกล้องวงจรปิด CCTV ที่ไม่มี Day & Night
 
ภาพจากกล้องวงจรปิด CCTV ที่มี Day & Night
 
 
                  กล้องวงจรปิด CCTV ที่ไม่มี Day & Night
 
      กล้องวงจรปิด CCTV ที่มี Day & Night
 
     
   กล้องวงจรปิด CCTV Infrared  
           กล้องวงจรปิด CCTV Infrared เป็นกล้องวงจรปิดที่ใช้แสงจากหลอด IR ส่องกระทบวัตถุจะทำงานเมื่อแสงน้อยในระดับหนึ่ง โดยจะมี censor ที่ด้านหน้าของกล้องแล้วจะส่งสัญญาณให้หลอด IR ทำงาน และเมื่อแสงน้อยภาพจะเปลี่ยนเป็นขาว-ดำ ข้อดี สามารถมองเห็นในที่มืดสนิทได้เลย เพราะจะใช้แสง IR ส่องไปที่วัตถุ ข้อเสีย ไม่สามารถมองเห็นได้ในที่ที่แสง Infrared ส่องถึงหรือระยะทางไกลๆ กล้อง IR จะมีในท้องตลาดหลายรุ่นซึ่งก็ได้ถูกพัฒนามาเรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น ของ AVTECH เองจะมีรุ่นที่เป็น IR Pro คือ จะมีเทคโนโลยีที่ทำให้กล้องวงจรปิดที่ทำให้คุณภาพของภาพที่ทำให้ภาพมีความสมจริงและแสงมุ้งเบลอ  
     
 
กล้องวงจรปิด CCTV Infrared  AVTECH
 
 
ภาพจากกล้องวงจรปิด CCTV Infrared AVTECH
 
 
IR PRO
IR ธรรมดา
 
   การเลือกใช้งาน  
 
           การเลือกใช้งานควรเลือกตามความเหมาะสมกับสถานที่ติดตั้งเช่น ถ้าสถานที่ติดตั้งไม่มีแสงสว่างเลยหรือมืดสนิท และระยะไม่ไกลมากแนะนำให้ใช้กล้อง Infrared ส่วนสถานที่ติดตั้งที่มีแสงสว่างบ้างต้องการคุณภาพของภาพสูงและมีงบประมาณก็ควรใช้กล้อง ที่เป็น Day & Night

 

เทคโนโลยี H.264  
   ที่ไปที่มาก่อนที่จะกล่าวถึง H.264 ( อ้างอิง :: http://th.wikipedia.org/ )  
     มาตรฐานในแวดวงมัลติมีเดียปัจจุบันถูกกำหนดโดยสององค์กรหลักๆ คือ  
 
  • MPEG (Moving Picture Expert Group)
  • ITU-T (The ITU Telecommunication Standardization Sector) เป็นหน่วยที่มีหน้าที่ออกมาตรฐานทางโทรคมนาคม ของ ITU (International Telecom Union)
 
 

     MPEG (นิยมอ่าน เอ็มเพก) หรือ Moving Picture Experts Group เป็นชื่อกลุ่มนักพัฒนา ระบบมาตรฐานการเข้ารหัสวิดีโอและ
ออดิโอ ของ ISO/IEC โดยมีการเริ่มพัฒนาร่วมกันครั้งแรกเมื่อ พฤษภาคม พ.ศ. 2531 ที่ประเทศแคนาดา โดยสมาชิกของเอ็มเพก ประกอบด้วยบุคคลจากบริษัทพัฒนา นักวิจัยจากศูนย์วิจัยและมหาวิทยาลัย โดยปัจจุบันมีมาตรฐานหลักที่พัฒนาออกมา ได้แก่ 
MPEG-1, MPEG-2, MPEG-3 และ MPEG-4 ซึ่งยังมีมาตรฐานเสริม คือ MPEG-7 และ MPEG-21

 
     
 
เอ็มเพก
 
     
       MPEG-1 เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับวิดีโอ กำเนิดอย่างเป็นทางการในช่วงปี 93 นำไปใช้ในวีซีดี มีเทคโนโลยีที่พัฒนาตาม MPEG-1 
ดังนี้
 
 
  • MP3 ไม่ได้เป็น MPEG-3 อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ ใน MPEG-1 จะแบ่งเป็นหลายส่วน เช่น ส่วนของภาพ ส่วนของเสียง 
    ส่วนของมีเดีย สามารถหยิบเฉพาะบางส่วนไปใช้งานจริงได้ และส่วนของเสียงใน MPEG-1 คือส่วนที่เรียกว่า Layer 2 และ Layer 3 ซึ่ง Layer 2 นั้นตกสมัยไปแล้ว ส่วน MPEG-1 Layer 3 ก็คือ MP3 นั่นเอง
  • Ogg Vorbis เป็นมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแทนที่ MP3 เนื่องจากใน ค.ศ. 1998 สถาบัน Fraunhofer ในเยอรมนี ซึ่งเป็น
    เจ้าของสิทธิบัตรวิธีการบีบอัดข้อมูลใน MP3 ประกาศเตรียมคิดค่าใช้งาน จึงมีกลุ่มพัฒนามาตรฐานใหม่เพื่อมาแทน MP3 และให้มาตรฐานใหม่นี้เป็นสาธารณสมบัติ (Public Domain). ในปี ค.ศ. 2002 Ogg Vorbis 1.0 ก็เสร็จสมบูรณ์ และกลายเป็นหนึ่งในฟอร์แมตเสียงหลักที่ทุกโปรแกรมต้องมี. ไฟล์นามสกุล .ogg
  • มาตรฐานอื่นๆ ที่เทียบเคียง MP3 ได้ก็มี ATRAC ของโซนี่, AC-3 ของ Dolby Digital, mp3PRO และ Windows Media Audio (.wma) ของไมโครซอฟท์
 
       MPEG-2 ปีค.ศ. 1994 มาตรฐาน MPEG-2 ถูกใช้กับดีวีดี ความแตกต่างกับ MPEG-1 ก็มีไม่มากนัก ยกเว้นเรื่องการเข้ารหัส/
ถอดรหัสที่ใช้วิธีทันสมัยมากขึ้น
 
 
     
       MPEG-3 เป็นมาตรฐานที่เตรียมใช้กับ HDTV (High Definition Television หรือโทรทัศน์ความละเอียดสูง) แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้ เพราะพบว่าแค่เทคโนโลยี MPEG-2 ที่มีอยู่เดิมเพียงพอสำหรับ HDTV แล้ว  
     
       MPEG-4 เป็นส่วนขยายของ MPEG-1 เพื่อรับรูปแบบมัลติมีเดียต่างๆ เช่น 3D หรือการเข้ารหัสที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น MPEG-4 แบ่งออกเป็นหลายส่วนตามหน้าที่แต่ละส่วน และทาง MPEG จะปล่อยให้ผู้ผลิตซอพท์แวร์เป็นผู้พัฒนาโปรแกรมที่ใช้จริงๆ เอง 
ไม่จำเป็นต้องตาม MPEG-4 เต็มชุดก็ได้ พัฒนาได้เป็นบางส่วนก็พอ (แบบเดียวกับ MP3 ที่หยิบแต่ส่วนออดิโอไปทำ)
 
     
   เทคโนโลยีสำคัญใน MPEG-4  
       MPEG-4 part 2 รับผิดชอบกับการจัดการด้านภาพ ฟอร์แมตวิดีโอสำคัญๆ หลายตัวอิมพลีเมนต์ตาม part 2 นี้  
 
  • DivX
  • XviD
 
       MPEG-4 part 3 รับผิดชอบการจัดการกับเสียง  
 
  • AAC (Advance Audio Coding) เป็นการอิมพลีเมนต์ตาม MPEG-4 part 3 โดยแอปเปิล ซึ่งอ้างว่า AAC ที่บิทเรต 
    96 kbps มีคุณภาพเทียบเท่ากับ MP3 ที่ 128 kbps เทคโนโลยีนี้นำไปใช้กับเพลงที่ขายในร้านจำหน่ายเพลงออนไลน์ iTunes Music Store นามสกุลไฟล์ในฟอร์ตแมตนี้จะเป็น .aac, .mp4 และ .m4a
 
       MPEG-4 part 10 จัดการกับการเข้ารหัสวิดีโอระดับสูง (Advance Video Coding)  
 
  • H.264 เป็นมาตรฐานที่ซ้อนกับ ITU-T โดย H.264 เป็นชื่อของ ITU-T และ AVC เป็นชื่อของทาง MPEG เท่านั้นเอง มี
    ความสามารถในการเข้ารหัสวิดีโอที่สูงกว่า MPEG-4 part 2 มาก ปัจจุบันเพิ่งเริ่มนำมาใช้งาน โดยแอปเปิลจะนำไปใช้ใน QuickTime 7 และ MacOSX 10.4 Tiger นอกจากแอปเปิลแล้ว H.264 เริ่มถูกนำไปใช้ในระบบทีวีแบบใหม่ของญี่ปุ่นและยุโรป และฟอร์แมตแผ่นดิสก์ในยุคหน้าทั้ง Bluray กับ HD-DVD
 
       MPEG-7 ไม่ใช่มาตรฐานเกี่ยวกับภาพและเสียงเหมือนอันอื่นๆ แต่เป็นมาตรฐานที่ใช้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับตัวมีเดีย (metadata) เช่น หนังแผ่นนี้ชื่ออะไร หรือถ้าหนังเล่นมาถึงตอนนี้ ให้เล่นเพลงนี้ พร้อมขึ้นซับไทเทิลไฟล์นี้ เป็นต้น เก็บข้อมูลเป็น XML  
     
       MPEG-21 เป็นมาตรฐานมัลติมีเดียในอนาคต มุ่งเน้นการใช้งานมัลติมีเดียผ่านเครือข่าย ปัจจุบันอยู่ในสถานะร่าง  
     
   H.264 ในด้านของ CCTV  
       H.264 คือมาตรฐานการบีบอัดข้อมูลของสัญญาณภาพและเสียง ที่ความคมชัดเท่ากัน แต่ขนาดไฟล์จะเล็กกว่า เมื่อเทียบกับ Mpeg4 และ Mpeg2 ตามลำดับ  
 
 
 
Storage (Mb)
 
     
       เมื่อเทียบอัตราการ Download เปรียบเทียบทั้ง 3 Format ตัว H.264 ทำได้ดีกว่า  
 
 
 
อัตราการ Download (Minute)

 

การทำงานของเลนส์แบบ Megapixel-IR Lens
     เลนส์นั้นก็เปรียบเสมือนกับดวงตาของเรา คือทำหน้าที่รวมแสง กรองแสง ปรับความคมชัดของภาพ ถ้าหากดวงตาของเราเกิดมีปัญหา ก็จะทำให้การมองภาพของเรามีปัญหาไปด้วย ดังนั้นถ้าหากเราต้องการภาพที่คมชัด ภาพที่มีความสมดุลเราจึงต้องใช้อุปกรณ์ที่ช่วยให้เรามองเห็นภาพได้อย่างที่เราต้องการ
     ว่าด้วยเรื่องของเลนส์ซึ่งพวกเราโดยส่วนใหญ่แล้วคงจะคุ้ยเคยกับเลนส์ที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันกันมากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นกล้องจากโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรือเลนส์แว่นขยาย ซึ่งเลนส์โดยทั่วไปนั้นอาจทำขึ้นจาก แก้ว หรือ พลาสติกก็ได้โดยขึ้นอยู่กับลักษณะหรือราคาของอุปกรณ์ตัวนั้นๆ แต่ใครบ้างที่จะคิดถึงความสำคัญ คิดถึงประโยชน์ คิดถึงความสามารถที่แท้จริงของเลนส์ดังนั้นในบทความนี้ผมจะขอกล่าวถึงความสามารถระหว่าง
 
 เลนส์แบบ IR และ เลนส์แบบธรรมดาที่เราใช้กันโดยทั่วไป
     โดยปกติทั่วไปเลนส์สำหรับรับภาพจะมีขนาด 4:3 ขนาดของ CCD จะมีผลต่อมุมภาพซึ่งถ้า CCD มีขนาดเล็กจะทำให้มุมของภาพมีขนาดเล็กลงเมื่อใช้เลนส์ตัวเดียวกัน ซึ่งโดยปกติแล้วเราควรจะเลือกใช้เลนส์เพื่อส่งภาพให้กับ CCD ให้เหมาะสมกัน
     เพราะฉะนั้นตัวเลนส์เองจึงมีความสำคัญไม่น้อยเมื่อเราต้องการให้ได้ภาพที่มีความคมชัดที่สุดเราต้องเลือกเลนส์ที่สามารถรับภาพและทำมุมภาพให้ตกกระทบที่ CCD ได้อย่างแม่นยำที่สุด
จากรูปเป็นการแสดงถึงความสัมพันธ์ในการส่งภาพระหว่างเลนส์ไปยัง CCD
 
     ในการออกแบบเลนส์ที่เป็นแบบ Focal จะมีการอกแบบให้ตัวเลนส์มีจุด Princical (จุดสำคัญ) 2 จุดด้วยกันซึ่งเราเรียกว่า Primary และ Secondry Point โดยที่ระยะทางระหว่าง Secondry ไปจนถึง CCD นั่นคือระยะโฟกัสของเลนส์ที่เป็นแบบ Focal
 
     โดยปกติทั่วไปนั้นกล้อง Day/Night จะเป็นแบบเกือบมืดหรืออินฟาเรดเพื่อใช้งานในตอนกลางคืนซึ่งถ้าเราเลือกใช้เลนส์แบบธรรมดากับตัวกล้องที่เป็น Day/Night ภาพที่ได้จะไม่ดีเท่าที่ควร
     ซึ่งเลนส์ที่เป็นแบบ Megapixel-IR Lens ได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Broad Band CO-Focusing ลงบนวัสดุที่เป็นกระจกเลนส์ชนิดพิเศษที่มีการกระจายแสงน้อยจึงทำให้เลนส์สามารถส่งภาพที่สมบูรณ์แล้วซึ่งรวมถึงแสงที่เรามองเห็นและแสงที่เรามองไม่เห็นไปยังจุดเดียวกัน
     จากรูปเป็นการแสดงถึงความแตกต่างระหว่างเลนส์แบบธรรมดาและเลนส์แบบ Megapixel-IR Lens ในการรวมแสงแล้วส่งภาพไปยัง CCD จะเห็นว่าเมื่อเราปรับระยะโฟกัสของภาพแล้วในตอนกลางวันเลนส์จะทำการรวมแสงได้ตรงจุดพอดีแต่เมื่อกล้องทำงานในตอนกลางคืนหรือแสงน้อยนั้นแสง IR หรือแสงที่เรามองไม่เห็นจะต้องการโฟกัสอีกจุดหนึ่งซึ่งทำให้ภาพที่เราปรับไว้ในการกลางวันเกิดการเบลอหรือมัวในตอนกลางคืน ในทางกลับกันหากเราเลือกใช้เลนส์แบบ Megapixel-IR Lens ตัวเลนส์จะทำการรวมแสงทั้งหมดไปยังจุดเดียวภาพที่ได้จึงคมชัดทั้งกลางวันและกลางคืน
 
     จากการทดสอบระหว่างเลนส์ทั้งสองชนิดที่กล้องตัวเดียวกันแสงเท่ากันจะเห็นได้ว่าเลนส์ที่เป็นแบบ Megapixel-IR Lens เลนส์นั้นจะให้ภาพออกมาได้ดีกว่าทั้งรายละเอียดของภาพและแสง
ภาพที่ได้จากเลนส์ Megapixel-IR Lens ในภาวะแสงปกติ
ภาพที่ได้จากเลนส์ ธรรมดา ในภาวะแสงปกติ
   
ภาพที่ได้จากเลนส์ Megapixel-IR Lens ในภาวะแสงน้อย
ภาพที่ได้จากเลนส์ ธรรมดา ในภาวะแสงน้อย
   
ภาพขยายจากเลนส์ Megapixel-IR Lens
ภาพขยายจากเลนส์ ธรรมดา
     ภาพที่ได้จากการทดสอบจะเห็นได้ว่าเลนส์ Megapixel-IR Lens จะให้ภาพที่ออกไปทางสว่างและใสกว่าเลนส์แบบธรรมดาทั้งในภาวะแสงปกติและแสงน้อยดังนั้นกล้องที่ใช้เลนส์แบบ Megapixel-IR Lens จะได้เปรียบกว่าเลนส์ธรรมดาเมื่ออยู่ในภาวะแสงน้อย
     แต่จะมีกล้องบางยี่ห้อ เช่น Panasonic จะมี IR Cut Fillter เพื่อทำหน้าที่เปิดและปิดการกรองแสงให้กับ CCD ได้ ข้อดีก็คือ ในเวลากลางวัน สภาวะของแสงค่อนข้างมาก IR cut filter ก็จะทำหน้าที่กรองแสงให้น้อยลงเพื่อให้ได้ภาพที่ไม่สว่างจ้า สีสันสมจริง และในโหมดกลางคืนตัว CCD ต้องการปริมาณแสงที่มากกว่าปกติเพื่อใช้ในการประมวลภาพ IR cut filter ก็จะเปิดเคลื่อนที่ออกจากหน้า CCD เพื่อเปิดให้แสงได้ผ่านมาที่ CCD ได้ ส่งผลให้แม้ในสภาวะแสงน้อยตัวกล้องก็ยังสามารถจับภาพได้ตามปกติ และเนื่องจากเลนส์ชนิดนี้เป็นเลนส์ประเภท Megapixel-IR Lens ซึ่งนอกจากคุณสมบัติเกี่ยวกับเรื่อง IR ที่ได้กล่าวไปในขั้นต้นแล้ว ยังมีคุณสมบัติในส่วนของ Megapixel อีกด้วย โดยปกติแล้วเมื่อเราใช้งานกล้องที่มีความละเอียดสูงหรือกล้อง IP Camera ระดับ Megapixel แล้วนั้น ผู้ใช้งานย่อมต้องการความละเอียดสูงสุดของตัวกล้อง ซึ่งเลนส์ประเภท Megapixel Lens ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการดึงเอาความละเอียดสูงสุดนั้นออกมาใช้งานได้ เนื่องจากเลนส์ชนิดนี้จะให้ค่า Contrast, Brightness และ Sharpness ที่สูงกว่าเลนส์แบบปกติ และอีกหนึ่งจุดเด่นของเลนส์ประเภทนี้คือ จะให้ความคมชัดและรายละเอียดได้เท่ากันทั้งภาพ แต่ถ้าเป็นเลนส์ปกติความละเอียดบริเวณด้านข้างของจอภาพจะน้อยลงกว่าตรงกลางของภาพ
ภาพที่ได้จากเลนส์ชนิด Megapixel-IR Lens
 
ภาพที่ได้จากเลนส์ปกติ
 
สรุป การใช้งานกล้องที่มีความละเอียดสูงนั้นไม่ใช่ดูแค่เพียงประสิทธิภาพของตัวกล้องเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมีองค์ประกอบในการรับภาพเข้าไปภายในตัวกล้องด้วย ซึ่งอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ดังกล่าวก็คือเลนส์นั่นเอง
     หากผู้ใช้งานเลือกซื้อกล้องที่มีคุณภาพสูงแล้ว แต่กลับเลือกใช้เลนส์คุณภาพต่ำ ก็จะทำให้ภาพของกล้องตัวนั้นแสดงรายละเอียดออกมาได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ  ดังนั้นผู้ใช้งานก็สมควรเลือกเลนส์ที่มีคุณภาพสูงพอที่จะสามารถรับภาพได้อย่างชัดเจนทั้งเวลากลางวันและกลางคืน และยังทำให้เราเห็นรายละเอียดต่างๆของภาพได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

  

 
การเลือกใช้สาย สำหรับกล้องวงจรปิดแบบ Analogue
 
        Coaxial (โคแอคเชียล) หรือ “สายแกนร่วม” หรือ RG (Radio Guide) หรือ สายนำสัญญาณวิทยุ เพื่อป้องกันการสับสนมันคือสายชนิดเดียวกันนั่นเอง
สาย RG6 ส่วนใหญ่แล้วใช้ในงาน ด้านกล้องวงจรปิด สายอากาศทีวี สายจานดาวเทียม หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบหลักๆ จะประกอบไปด้วย
        1. Conductor (ตัวนำสัญญาณ) ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเหล็กหุ้มด้วยทองแดง ถ้าหุ้มด้วยทองแดง CCS (Copper Covered Steel)จะบอกเป็น % ของทองแดงหุ้มหรือบางครั้งจะใช้เป็นทองแดงล้วนไปเลย สาเหตุที่ส่วนใหญ่ไม่ใช้เป็นแกนทองแดงล้วนเพราะ ราคาทองแดงราคาสูง และกระแสไฟฟ้าส่วนใหญ่จะไหลผ่านตัวนำที่บริเวณพื้นที่ผิวของวัตถุ
        2. Insulator (ฉนวนหุ้ม) ทำหน้าที่ป้องกันสัญญาณรบกวน จะใช้เป็นโฟม หรือ PE แล้วหุ้มทับด้วยเทปอลูมิเนียม
        3. Wire Braid Shield (ชิลด์หรือเส้นถัก) ส่วนใหญ่ทำจากอลูมิเนี่ยมและทองแดง ป้องกันการแพร่กระจายของสัญญาณรบกวน และการกระจายของสัญญาณออกมาภายนอก จะบอกเป็น % คือพื้นที่ความหนาแน่นที่ในการถัก เช่น 60% 90% 95% สูงสุดอยู่ที่ 95% หรือจำนวนของเส้นที่ใช้ในการถัก เช่น 112, 120, 124, 144 เส้นยิ่งมากก็ยิ่งช่วยในการนำสัญญาณได้ดี และป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก ทำให้เดินได้ในระยะที่ไกลขึ้นและป้องกันการกวนของสัญญาณจากภายนอกได้ดี
        4. Jacket (เปลือกหุ้มสาย) ทำหน้าที่หุ้มสายทั้งหมด ถ้าใช้ภายในจะทำด้วย PVC (Polyvinylchloride) ส่วนภายนอกจะใช้วัสดุที่เป็น PE (Polyethylene ) ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถป้องกันน้ำและทนแดด สามารถใช้ภายนอกได้
        สายที่ส่วนมากที่นิยมใช้สำหรับกล้องวงจรปิดจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด มาตรฐานของสายสัญญาณ RG ระยะที่แนะนำมีดังนี้
 RG59 สามารถเดินได้ไกล ระยะ 350 เมตร ขนาดของสาย จะมีขนาดเล็กกว่ายืดหยุ่นกว่าเหมาะสำหรับเดินระยะไม่ไกลมาก ตัวสายดัดโค้งงอได้ง่าย 
 RG6   สามารถเดินได้ไกล ระยะ 450 เมตร เป็นที่นิยมที่สุดเพราะราคาถูกเดินได้ระยะไกลกว่าสายไม่แข็งมาก 
 RG11 สามารถเดินได้ไกล ระยะ 750 เมตร เหมาะสำหรับเดินภายนอกอาคารที่ระยะไกลๆ ขนาดของสายเส้นจะใหญ่กว่าทุกแบบ
        ถ้าระยะที่เกินกว่านี้ส่วนมากจะใช้ไฟเบอร์ออฟติกเพื่อทำการแปลงสัญญาณจาก Analog เป็นคลื่นแสงแบบดิจิตอล แล้วทำการแปลงสัญญาณกลับมาเป็นสัญญาณ Analog ที่ใช้กับกล้องอีกครั้ง เช่น ไฟเบอร์ออฟติก แบบมัลติโหมด สามารถเดินได้ถึง 2 กิโลเมตร ส่วนถ้าเป็น Single Mode สามารถเดินได้ถึง 80 กิโลเมตรกันเลยทีเดียว
 
โครงสร้างสาย RG6
 
 
การวัดค่าความต้านทานของสายแต่ละ Brand
 

        สรุป การใช้เลือกใช้สายในการใช้งานกล้องวงจรปิดควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานเช่นหากต้องการเดินในที่พักอาศัยระยะไม่ไกลก็ใช้สายที่วัสดุ PVC หรือที่เป็นแบบสีขาว ก็อาจจะเพียงพอแล้วเพราะสามารถดัดโค้งงอได้ง่ายกว่าแถมประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า ถ้าเดินข้างนอกระยะไม่ไกลมากก็ใช้เป็นสายที่ทำจาก PE ส่วนใหญ่จะเป็นสีดำ หรือถ้าเดินผ่านส่วนของไฟโรงงานที่เป็น 3 เฟสหรือ มอเตอร์และหม้อแปลงขนาดใหญ่ก็แนะนำให้เดินสายไฟเบอร์ออฟติกไปเลย แต่ราคาก็จะขยับขึ้นมาแต่ได้ความเสถียรเพราะไฟเบอร์ออฟติกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะไม่สามารถรบกวนคลื่นสัญญาณแสงได้


 ประเภทของกล้องวงจรปิด
     กล้องวงจรปิดแยกออกเป็น 2 ประเภท
 
1.กล้องแบบอนาล๊อกเป็นกล้องวงจรปิดที่ใช้สายสัญญาณชนิด
โคแอคเชียล หรือ ตระกูล RG มาเป็นอุปกรณ์นำสัญญาณ โดยไม่ต้องตั้งค่าใดๆ



2.กล้องแบบไอ พีแคม เป็นกล้องที่ต้องตั้งค่า IP เพื่อกำหนดตัวตนในการแสดงภาพ 
และต้องอาศัยสายชนิด LAN มาเป็นตัวต่อเชื่อม หรือบางรุ่นอาจใช้เป็นแบบไร้สายได้
แต่ก็ยังราคาแพง และต้องอาศัยความรู้มากกว่าในการเซ็ทระบบ

 

กล้องโดม

     
    กล้องวงจรปิดแบบโดม(Dome camera) เป็นกล้องที่มีรูปทรงลักษณะ
ที่เป็นแบบครึ่งวงกลมโดยวัสดุที่ใช้ทำ ก็มีแบบทั้งพลาสติก หรือ 
อลูมิเนียมผสมเหล็กหล่อขึ้นรูป

กรณีที่จะเลือกใช้กล้องโดม
1. กล้องโดมเหมาะสำหรับภายใน office เป็นอย่างยิ่งหรือภายงานใน
2. กล้องโดมเหมาะที่จะติดบนเพดานที่เป็นฝ้าครับ
3. พอติดตั้งแล้ว หน้างานดูสวยกว่า



ความเหมาะสมในการใช้งาน
      ลักษณะเด่นกล้องชนิดโดม คือ รูปร่างที่มีขนาดให้เลือกเยอะ(เล็ก/ใหญ่)
โค้งมน การติดตั้งโดยไม่ต้องใช้ขายึด มีชุดฝาครอบเพื่อป้องกันการฝุ่นละออง
การปรับเปลี่ยนมุม สัตว์   ใช้ติดตั้งบนเพดาน ฝ้า งานออกสวยงาม มีให้เลือกทั้งแบบธรรมดา
และแบบอินฟาเรด สีสันของ body ที่มีสีขาว หรือดำเพื่อความเหมาะสมของหน้างาน  
      การติดตั้งควรติดตั้งลักษณะภายในร่มเงาที่เป็นห้อง อาทิเช่น บ้าน ห้องทำงาน ห้องโถง 
ออฟฟิศ มินิมาร์ท ประตูเข้า ออก หอพัก อพาร์ทเม้นท์ ฯลฯ สถานที่ที่เน้นความสวยงามใน
การติดตั้งความกลมกลืน ร้านขายของชำ  บริษัทห้างร้าน ห้องประชุม ออฟฟิศ สำนักงาน
ทางเข้าออก คอนโด หอพัก ห้องโถง ห้องทำงาน ฯลฯ





กล้องโดม ชนิด ทั่วไป
      กล้องชนิดนี้จัดอยู่ในหมู่กล้องโดม ชนิดทั่วไป จะเห็นได้ว่ารูปทรงจะเป็นมาตรฐาน คือ
จะเป็นทรงครึ่งวงกลม ตัวกล้องทำมาจาก พลาสติกทั้งตัว สามารถปรับมุมกล้องได้รอบทิศทาง
(ด้วยมือ)  เหมาะสำหรับการติดตั้งในพื้นที่ภายในร่ม ไม่โดนแดด โดนน้ำ
เพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเรื่องดังกล่าว หรือ สำหรับจัดเป็นโปรโมชั่นถูกๆ ราคาไม่แพง
ใช้งานระดับกลางๆ เช่น บ้าน ที่อยู่อาศัย



กล้องโดม ชนิด ป้องกันทุบ
     เหมาะสำหรับการติดตั้งในจุดเสี่ยงกับการถูกกระแทกจากอุปกรณ์หรือกลุ่มบุคคลที่ไม่
หวังดีเนื่องจากตัวถังทำด้วยเหล็ก ฝาครอบทำด้วยพลาสติกผสมยางหนาเป็นพิเศษ
ทำไห้เกิดความยึดหยุ่น เมื่อมีการกระแทก



กล้องโดม ชนิด อินฟาเรด
      เป็นกล้องโดม ชนิด อินฟาเรด เหมาะสำหรับติดตั้งภายในร่มเงาเหมือนเดิม กรณีที่
ลูกค้าต้องการดูภาพในที่มืดสนิทเวลากลางคืน ราคาย่อมเยา  มีให้เลือกใช้ทั้งชิฟ 
ชาร์ป และ โซนี่  วัสดุอุปกรณ์ที่เป็นเหล็กผสมอลูมิเนียมเพื่อเพิ่มความแข็งแรง หรือ
พลาสติกเบาๆ และดูดี สวยงาม ซึ่งผลิตภัณฑ์หล่านี้จะไม่มีปัญหาเรื่องภาพสะท้อน
หรือฝ้าแน่นอนเพราะการออกแบบนั้นจะตัดปัญหาโดยการแยกชุดเลนท์กับ
ชุด LED ออกจากกันเลย



กล้องโดม และ กล้องชนิด แบบซ่อนแอบ
      ชนิดนี้เหมาะสำหรับการติดตั้งเพื่อการตรวจจับ หรือ จับผิดโดยเฉพาะ เนื่องจาก
การติดตั้งนั้น จะเป็นในลักษณะการซ่อนกล้องใว้ในอุปกรณ์อะไรก็ได้ที่อยู่ในภาวะปรกติ
เพื่อไม่ไห้ดูผิดแปลกไปจากเดิม หรือเพื่อมิให้เป้าหมายรู้  เช่นซ่อนหลังรูป ปฏิทิน ตุ๊กตา
บล็อกปลั๊กไฟ กล่องต่างๆ ตู้ แอร์ ฯลฯ เน้นเลนท์กว้าง โดยระยะเป้าหมายต้องไม่เกิน 5M



กล้องโดม ชนิด ทีวีไลน์สูง
      เป็นกล้องที่มีประสิทธิภาพสูง ที่เน้นระบบการแสดงภาพที่มีความละเอียดสูง
(TV Line) เหมาะสำหรับหน่วยงานที่ต้องการภาพคมชัดสูง หน่วยงานราชการ
วางสเปคราชการ (TOR) งานโครงการใหญ่ต่างๆ

 กล้องทรงมาตรฐาน

     
     กล้องมาตรฐาน , กล้องกระบอก , กล้อง Box

กล้องวงจรปิดแบบมาตรฐาน บางคนก็เรียกว่า กล้องวงจรปิดแบบกระบอก
กล้องวงจรปิดแบบมาตรฐาน ข้อดีที่เห็นได้ชัดๆ คือ
     1.ตัวกล้องวงจรปิดจะแยกส่วนกับเลนส์สามารถทำให้เลือกซื้อเลนส์ใส่ได้
มาในส่วนของเลนส์ที่เอาไว้ใส่กับกล้องวงจรปิดปิดชนิดนี้จะมีให้เลือกเยอะ
พอใช้ได้ครับขึ้นอยู่กับจุดที่จะติดตั้งและต้องการโฟกัสภาพไปที่ไหน
เลนส์ของกล้องวงจรปิดชนิดนี้ หลักๆ จะมีอยู่ 2 แบบ นั่นก็คือ
     1. Fix Lens
     2. Auto Iris
............Fix Lens ของกล้องวงจรปิดส่วนใหญ่ก็จะมีขนาดให้เลือกที่ 4 mm,
6 mm ก็ตามหน้างาน แต่ก็จะมีขนาดอื่นๆ อีกนะครับ เพราะว่าเค้าพัฒนาให้มันกว้างขึ้นเรื่อยๆ
............Auto Iris เลนส์ชนิดนี้นั้นจะมีราคาแพงกว่า fix lens ค่อนข้างมากทีเดียวครับเพราะ
ความสามารถของมันนั่นเองครับมันสามารถที่จะปรับภาพเพื่อให้ภาพชัดสวยงามได้อยู่ตลอดครับ
คือมันจะปรับแสงให้ประมาณนั้น





ความเหมาะสมในการใช้งาน
    ลักษณะเด่นกล้องชนิดทรงกระบอก คือ เป็นรูปทรงแบบเป็นกล้องสี่เหลี่ยมหรือกลม 
ตามการออกแบบ รูปร่างที่มีขนาดให้เลือกเยอะ(เล็ก/ใหญ่) เหมาะสำหรับติดตั้งทั้งด้านใน
และด้านนอกอาคารซึ่งหากใช้ติดตั้งนอกอาคารนั้นจะต้องอาศัยอุปกรณ์ป้องกันน้ำฝุ่นด้วย(Housing)
    ข้อดีคือ เป็นกล้องที่สามารถปรับเปลี่ยนชุดเลนท์ เพื่อให้สามารถมองภาพใด้ในมุมต่างๆ ตามแบบ
ของหน้างานนั้นๆได้อีกด้วย เรื่องเลน์อาจใช้แบบเลนท์ฟิค หรือ vari-focal หรือ Auto IRIS ก็ได้แล้ว
แต่ต้องการ  ไม่เหมาะติดตั้งในห้องออฟฟิศเหมือนกล้องโดมเพราะจะมีชุดขาเป็นส่วนประกอบจะทำให้
หน้างานไม่ค่อยสวยงามนัก 
    การติดตั้งควรติดตั้งลักษณะที่เหมาะสำหรับ  อาทิเช่น สนาม แนวถนน แนวกำแพง ภายในโรงงาน
โรงรถ ลานจอดรถ ประตูเข้า ออกโรงงาน ตามชั้นหอพัก อพาร์ทเม้นท์ คอนโด หรือหน่วยงาน
ที่ต้องการมองในระยะทางไกลๆ ส่องทะเบียนรถ ฯลฯ 






ชนิดที่ความละเอียดภาพ 420 Tvl
     เป็นกล้องที่มีประสิทธิภาพพื้นฐานทั้งความละเอียดภาพและการใช้งาน ที่เป็นที่นิยมในเกรด
ความละเอียดต่ำสุด อีกทั้งราคาก็ยังถูกอีกด้วย

ชนิดที่ความละเอียดภาพ 450-520 Tvl
     เป็นกล้องที่มีประสิทธิภาพระดับกลาง ที่เป็นที่นิยมในเกรดความละเอียดสูงขึ้นนิดหน่อย 
แต่ยังไม่ถึงระดับสูงที่มีคุณภาพสูงจริงๆ  อีกทั้งราคาก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก ลูกค้ารับได้ 

ชนิดที่ความละเอียดภาพ 520 Tvl  และมากกว่า
     เป็นกล้องที่มีประสิทธิภาพระดับสูง สำหรับผู้ที่นิยมในสินค้าเกรดบน ความละเอียดสูงขึ้นจริงๆ
ดีทั้งคุณภาพ และการใช้งาน ซึ่งสินค้าบางตัวเป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศเกาหลี ทดสอบกับสินค้า
กับแบรนดังๆมาแล้ว ในเรื่องระบบ D/N สรุปได้ว่าดีกว่าเป็นสินค้าที่เหมาะกับงานโครงการ 
การวางสเปค TOR ราชการ หรือเน้นเรื่องการมองภาพย้อนแสงได้มากกว่า 95% เนื่องจากเป็นระบบ
WDR แบบ Electronicที่ดีกว่า Digital

 กล้องอินฟาเรด

     
     กล้องวงจรปิดแบบอินฟาเรด Infrared Camera คุณสมบัติที่เด่นชัดที่สุดใน
การเป็นกล้องอิฟาเรดก็คือ การที่สามารถจับภาพในที่มืดได้ คิดว่าหลายๆ
คนก็คงจะรู้ในจุดนี้กันมาแล้วไม่มากก็น้อย แล้วอะไรบ้างหละที่เป็นปัจจัยที่ทำให้
ตัวกล้องวงจรปิดแบบอินฟาเรดสามารถมองเห็นในที่มืดๆ หรือที่มีแสงน้อยๆ ได้
จะมีอยู่ 2 อย่างทีเป็นตัวเปรียบเทียบว่าสามารถมองเห็นในที่มืดได้ในระดับไหน
นั่นก็คือ ค่า Lux ของ( illuminance หรือ illumination ) ของแสง 
     ส่วนอีกอันจะเป็นเรื่องของ LED  คือจำนวนของมันมากน้อยแค่ใหน
ยิ่งมากก็สามารถทำให้ระยะทางดูภาพได้ไกลขึ้น
ปกติแล้วกล้องอินฟาเรดจะมีค่า Lux เท่ากับ 0 ครับแต่มันก็จะมีระยะของมัน
ในกล้องวงจรปิดแต่ละตัวว่าสามารถมองเห็นไปได้ไกลแค่ไหน คือสำคัญที่ว่าค่า
Lux ยิ่งน้อยยิ่งมองเห็นได้เป็นขาวดำครับในที่ยิ่งมืดๆ
     นั่นก็คือจำนวน LEDs ยิ่งมีจำนวนมากก็จะยิ่งดี มันเป็นตัวเสริมในหลายๆ
อย่างของความสามารถที่มองเห็นในที่ ที่มีแสงน้อยๆ ได้



ความเหมาะสมในการใช้งาน
     ลักษณะเด่นกล้องชนิดอินฟาเรด คือ เป็นกล้องที่มีเม็ด LED ในตัวทำหน้าที่เปล่งแสง
นำทางเพื่อเพิ่มแสงในระยะทางมองของกล้อง โดยแสงอินฟาเรดจะพุ่งไปในระยะที่ถูก
กำหนดจากนั้นแสงจะตกกระทบวัตถุแล้วเกิดการสะท้อนกลับมายังหน้ากล้อง เนื่องจากเม็ด
LED เป็นสีแดงผลภาพที่ได้จึงเป็นสีขาวดำ แต่ในสภาวะที่แสงเพียงพอกล้องจะมีภาพออก
เป็นสีธรรมชาติปรกติ จึงเป็นเหตุให้กล้องชนิดนี้สามารถมองได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน
ในสถานที่มืดสนิทได้ สามารถติดตั้งได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร โดยไม่จำเป็นต้อง
ใส่ชุดป้องน้ำ ฝุ่นเพิ่มเติม ชุดอินฟาเรดสามารถมองได้ตั้งแต่ระยะ 10,15,20,25,30,35,40,50 เมตร 
มีให้เลือกใช้ทั้งระบบแสงกระจาย และแสงยิงไกล หากติดตั้งนอกอาคาร มีรุ่นที่มีพัดลมภายในเพื่อ
การระบายความร้อนได้ มีรุ่นที่สามารถปรับเลนท์ได้ ความละเอียดภาพสูงๆ 
และใช้ระบบไฟฟ้าแบบ 12V กระแสตรง หรือ เป็นแบบไฟ 220V กระแสสลับ ก็มี
     การติดตั้งควรติดตั้งลักษณะที่เหมาะสำหรับ ในจุดที่ทึบแสง ไม่มีแสง หรือแสงเข้าไม่ถึง 
หรือมุมภาพที่แสงน้อยในบางเวลา ทั้งภายนอกหรือภายในก็ได้  อาทิเช่น สนาม แนวถนน แนวกำแพง
ภายในโรงงาน โรงรถ ลานจอดรถ ประตูเข้า ออกโรงงาน ตามชั้นหอพัก อพาร์ทเม้นท์ คอนโด
หรือบ้านเรือน ที่พักอาศัย บริษัท ห้างร้านที่ต้องการมองในที่มืดสนิทเพื่อการตรวจสอบหรือจับภาพ ฯลฯ

หมายเหตุ  ไม่ควรนำกล้องชนิดนี้ติดตั้งเพื่อการตรวจสอบทะเบียนรถ ผลจากการสะท้อนภาพจะทำ
ให้ภาพสว่างจ้าจนมองไม่เห็น เลขทะเบียนเลย

กล้องวงจรปิด CCTV Infrared

     - กล้องวงจรปิด CCTV Infrared เป็นกล้องวงจรปิดที่ใช้แสงจากหลอด IR ส่องกระทบวัตถุ
จะทำงานเมื่อแสงน้อยในระดับหนึ่ง โดยจะมี censor ที่ด้านหน้าของกล้องแล้วจะส่งสัญญาณให้
หลอด IR ทำงาน และเมื่อแสงน้อยภาพจะเปลี่ยนเป็นขาว-ดำ 
     - ข้อดี สามารถมองเห็นในที่มืดสนิทได้เลย เพราะจะใช้แสง IR ส่องไปที่วัตถุ


                   อินฟาเรดไม่ทำงาน                                    อินฟาเรดทำงาน

การเลือกใช้งาน
     
การเลือกใช้งานควรเลือกตามความเหมาะสมกับสถานที่ติดตั้งเช่น ถ้าสถานที่ติดตั้งไม่มี
แสงสว่างเลยหรือมืดสนิท และระยะไม่ไกลมากแนะนำให้ใช้กล้อง Infrared ส่วนสถานที่
ติดตั้งที่มีแสงสว่างบ้างต้องการคุณภาพของภาพสูงและมีงบประมาณก็ควรใช้กล้อง
ที่เป็น Day & Night

     - Day/Night VS. Infrared  
กล้องวงจรปิด CCTV Day & Night คือ กล้องวงจรปิด CCTV ที่สามารถใช้งานได้ทั้งกลางวัน
และกลางคืน แต่ต้องการแสงเล็กน้อยเพื่อให้กล้องวงจรปิด CCTV สามารถจับภาพได้
และเมื่อกล้องวงจรปิด CCTV ได้รับแสงน้อยมากๆ ก็จะเปลี่ยนภาพ เป็นโหมด ขาว-ดำ ข้อดีคือ
กล้องวงจรปิด CCTV Day & night ไม่ได้จำกัดเรื่องของระยะทางที่ตัวกล้องเพิ่มมากขึ้น
ข้อเสียคือ ใช้ในที่มืดสนิทไม่ได้ ต้องการแสงเพียงเล็กน้อยเพื่อให้กล้องสามารถทำงาน


     กล้องวงจรปิด CCTV ที่ไม่มี Day&Night     กล้องวงจรปิด CCTV ที่มี Day&Night

กล้องวงจรปิดกับมาตรฐาน IP

     - IP - Ingress Protection Ratings คือมาตรฐานที่ใช้วัดความสามารถในการปกป้อง
สิ่งที่อยู่ภายในของอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกทั้งหลาย ใน กรณีของกล้องวงจรปิดมันคือสิ่งที่บ่งบอก
ถึงความสามารถของตัวถังของกล้องใน การป้องกันวงจรภายในจากสิ่งแวดล้อมภายนอก
ซึ่งแปลความได้ว่าเป็นความทนทานในการใช้งานของกล้องนั่นเอง
     - มาตรฐาน นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาโดย European Committee for Electro Technical 
Standardization (CENELEC) (NEMA IEC 60529 Degrees of Protection Provided 
by Enclosures - IP Code), ซึ่งการจัดอันดับของการป้องกันจะแสดงด้วยตัวเลข 2 หลักซึ่งหลัก
แรกจะแแสดงความสามารถในการป้องกันของแข็ง และหลักที่สองจะเป็นความสามารถใน
การป้องกันของเหลว รูปแบบการแสดงมาตรฐานจะเป็น IPXX ซึ่ง XX คือตัวเลขดังกล่าว 
เช่น IP45 IP66 เป็นต้น
     - ความหมายของตัวเลขหลักแรก
0 = ไม่ป้องกันอะไรเลย
1 = สามารถป้องกันของแข็งที่มีขนาดไม่เกิน 50 มิลลิเมตร เช่น การเผลอไปจับตัวกล้องด้วยมือ
2 = สามารถป้องกันของแข็งที่มีขนาดไม่เกิน 12 มิลลิเมตร เช่น เผลอแตะด้วยนิ้ว
3 = สามารถป้องกันของแข็งที่มีตั้งแต่ 2.5 มิลลิเมตรขึ้นไป  เช่น เครื่องมือ สายไฟ
4 = สามารถป้องกันของแข็งที่มีตั้งแต่ 1 มิลลิเมตรขึ้นไป เช่น เครื่องมือ สายไฟ และสายไฟขนาดเล็ก
5 = สามารถป้องกันฝุ่นได้ในระดับหนึ่ง
6 = สามารถป้องกันฝุ่นได้
     - ความหมายของตัวเลขหลักที่สอง
0 = ไม่ป้องกันอะไรเลย
1 = สามารถป้องกันน้ำหยดใส่ได้ เช่น หยดน้ำที่เกิดจากความชื้น
2 = สามารถป้องกันละอองน้ำที่เข้ามาในมุมไม่เกิน 15 องศาจากแนวตั้ง
3 = สามารถป้องกันละอองน้ำที่เข้ามาในมุมไม่เกิน  60 องศาจากแนวตั้ง
4 = สามารถป้องกันละอองน้ำได้จากทุกทิศทาง
5 = สามารถป้องกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง
6 = สามารถเปียกน้ำได้แต่ไม่นาน เช่น โดนฝน
7 = สามารถจุ่มน้ำได้ที่ความลึกตั้งแต่ 15 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร
8 = สามารถใช้งานใต้น้ำได้
     - ดังนั้นกล้องวงจรปิดตามมาตรฐาน IP 68 คือ กันฝุ่นได้ ใช้งานไต้น้ำได้นั่นเอง
 กล้องสปีดโดม (PTZ)

     
     กล้องวงจรปิด แบบสปีดโดม หรือมีตัวย่อว่า
           P =PAN  (หมุน ส่าย) 
           T=TILT   (ก้ม เงย)
           Z=ZOOM  (ซูม)
     โดยลักษณะข้อดีกว่ากล้องทั่วไป คือ สามารถหมุนได้ ก้ม เงยได้ ซูมได้ด้วย
เลนท์ด้วยระยะทางที่ไกลกว่าถึง มากสุด 400-500M สามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบ
ภายในและภายนอกอาคารโดยปัจจุบันสามารถเลือกการควบคุมด้วยเครื่องบันทึก
หรือ จอยควบคุมก็ได้ แล้วแต่สถานการณ์ หรือการใช้งาน 
      และสามารถกำหนดการตั้ง Preset ได้มากกว่า 100 จุด และสั่งหมุนหรือวิ่งไป
ตามจุดนั้นๆได้เองแบบอัติโนมัติ



ความเหมาะสมในการใช้งาน
      ลักษณะเด่นกล้องชนิดPTZ คือ เป็นกล้องที่มีคุณสมบัติการใช้งานสูง สามารถหมุน
ส่าย ได้ 360 องศา ก้ม เงย ได้ มากกว่า 90 องศา ซูมภาพได้ระยะทางไกลมากกว่า 
200-400 เมตร ออกแบบมาเพื่อสามารถติดตั้งได้ทั้งภาย นอกและภายใน 
การควบคุมสามารถควบคุมกล้องโดยใช้ชุดควบคุมหรือจอยคอนโทรล หรือควบคุมผ่าน
เครื่องบันทึกได้โดยตรง แล้วแต่ผู้ใช้สะดวก 
      การติดตั้งควรติดตั้งลักษณะที่เหมาะสำหรับ ห้อง อาทิเช่น สนาม แนวถนน 
แนวกำแพง ภายในโรงงาน โรงรถ ลานจอดรถ สี่แยก  หรือหน่วยงานที่ต้องการมองใน
ระยะทางไกลๆ ฯลฯ

หมายเหตุ:  เนื่องจากกล้องมีราคาสูงควรติดตั้งบริเวณตรงจุดศูนย์กลางของหน่วยงาน
เพื่อจะได้ภาพที่ครอบคลุม



ขั้นตอนการต่อเชื่อมระบบควบคุมกล้อง PTZ Dome

ขั้นตอน 1   ขันน็อตด้านข้างของฝาคลอบด้านล่าง(กระจก)ออก
การดึงออกต้องค่อยใช้มือง้างเลาะไปตามขอบยางไปเรื่อยๆจนกว่าจะหลุด
พยายามใช้มือประคองฝาไว้กันตก และห้ามใช้ของแข็งงัดเด็ดขาดเพราะจะ
ทำให้เกิดรอยถลอกได้




หมายเหตุ: ในสภาวะปรกติ ที่ฐานกล้องจะมีสายออกมาหนึ่งเส้น สายที่ว่าคือ
สายสัญญาณภาพ BNC Connecter  ส่วนสายไฟ และสายควบคุมจะอยู่ภายใน

ขั้นตอน 2  ให้เอามือสองทั้งสองข้างสอดเข้าไปด้านข้างของตัวกล้อง ซึ่งถ้า
มองดูแล้ว จะสังเกตเห็นว่ามีกิ๊บล๊อกชุดกล้องอยู่สองด้าน ให้สอดมือไปกด
ตรงบริเวณกิ๊บล็อกลงแรงๆแล้วค่อยๆยกชุดกล้องขึ้น



ขั้นตอน 3   หลังจากการถอดชุดกล้องออก จะสังเกตเห็นแผ่นเหล็ก ที่เป็น
ฐานกล้อง  ให้ใช้มือขันน็อต (ดูจากรูปประกอบ) ออก  (ตัวเดียว) แล้วยก
แผ่นเหล็กขึ้น



ขั้นตอน 4  หลังจากยกแผ่นเหล็กฐานแล้ว อีกด้านหนึ่งจะพบแผงวงจรควบ
คุมระบบอยู่ ขั้นตอนการต่อเชื่อม(สังเกตรูปประกอบ)
     4.1 การเชื่อมต่อชุดจ่ายไฟเลี้ยงกล้อง ให้นำชุดหม้อแปลงที่มากับ
ตัวกล้องมา ตัดแจ็คไฟออก แล้วปลอกเป็นแบบเปลือย เสียบ
เข้าไปกับชุดหัวเสียบ(สีเขียว)ช่อง AC ทั้งสองรู แล้วขันน็อต
ให้แน่น  แล้วนำไปเสียบเข้ากับขั้วที่ฐานกล้อง ดังรูป

หมายเหตุ: ไม่ต้องกังวลเรื่องขั้ว + / - เพราะไฟที่จ่ายเป็นแบบ 
AC24V 3000mAจะเสียบช่องไหนก็ได้

ขั้นตอน 5  ขั้นตอนการต่อเชื่อมชุดควบคุมระบบกล้องให้ หมุน ส่าย  ก้ม เงย
ซูมเข้า ซูมออก (สังเกตรูปประกอบ)การเชื่อมต่อชุดควบคุมนั้น จะใช้สายสัญญาณ
แบบไดก็ได้  แบบเป็นคู่ที่ดูแล้วทนทานอายุการใช้งานยาวนาน อาจเป็นสายแบบ
สาย Drop wire,สายสัญญาณโทรศัพท์ สายไฟ ฯลฯ  ปลอกเป็นแบบสายเปลือย 
นำมาเข้ากับแจ็ค(สีเขียว) ที่ช่อง RX-  /  RX+  แล้วขันน็อตให้แน่น แล้วนำไปเสียบ
เข้าที่ชุดฐานกล้อง ดังรูป

หมายเหตุ: ระบบเสียบสายควบคุมนั้นจุดสำคัญคือ ไม่ว่าคุณจะเริ่มจากกล้องก่อน
หรือเริ่มจาก เครื่องบันทึก/จอยส์ควบคุม ก่อนก็ตาม ขั้ว +  และขั้ว –ต้องตรงกันเท่านั้น

ขั้นตอน 6   หลังจากการเชื่อมระบบไฟเลี้ยง และ ระบบควบคุม เสร็จแล้วก็ปิดชุดฐาน
ลงให้เหมือนเดิมลงและใช้มือขันน็อต พอตึงมือ

ขั้นตอน 7  หลังจากวางชุดฐานขันน็อตแล้ว (สังเกตรูปประกอบ) ให้นำชุดกล้องมา
ประกอบโดยสังเกตชุด Connecter ที่ฐานและ Connecter ที่กล้องต้องตรงกัน
พร้อมสังเกตที่ฐานจะมีหลัก อยู่ สองหลัก  พอวางได้จังหวะตรงกันหมดแล้วก็ค่อยๆ
กดลงให้แน่น  และสังเกตเสียงกิ๊บล๊อกจะดังขึ้นตอนกดลงพอดี

ขั้นตอน 8   หลังจากการกระกอบชุดเสร็จแล้วก็ปิดฝาคลอบ ขันน็อตให้เหมือนเดิม
ประกอบเข้ากับพื้นที่หน้างานให้เรียบร้อย  จากนั้นก็ค่อยไปดูการเชื่อมต่อสายสัญญาณ
ที่ชุดอุปกรณ์สำหรับควบคุมกล้อง ต่อไป

ขั้นตอน 9  หลังจากเดินชุดสายเคเบิลสำหรับควบคุมหรือสายสัญญาณภาพมารอที่
จุดควบคุมแล้ว ก็มาดูวิธีการต่อเชื่อมสายเพื่อควบคุม เข้ากับชุดควบคุม(DVR / Joy/ PC)
กรณีอุปกรณ์ควบคุมเป็นเครื่องบันทึกภาพ(DVR) ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ Hi-VIEW ให้สังเกต
อุปกรณ์ต่อพ่วงที่แนบมาพร้อมกับชุดเครื่องบันทึก จะพบอุปกรณ์ ดังรูป  
คือชุดแปลงสัญญาณ RS485 to RS232  (แผงสีเขียวชุดสั้น)

ขั้นตอน 10   พอได้อุปกรณ์แปลงสัญญาณแล้ว วิธีการเชื่อมต่อก็ให้สังเกตว่า
สายสัญญาณสำหรับควบคุม ที่ได้เดินระบบมาจากชุดกล้อง ให้ดูว่าเราคู่สายที่
เดินมานั้น สีใหนเป็น + สีใหนเป็น -  ดังตัวอย่าง

ขั้นตอน 11  กรณีหากเครื่องบันทึกบางยี่ห้อ หรือบางรุ่น ไม่รองรับ Potocol ที่ถูกตั้ง
ในค่าพื้นฐานคือ PELCO – P นั้น ท่านก็สามารถทำการปรับแต่งให้ตรงตามที่เครื่อง
ควบคุมจะรองรับได้  ส่วนจะมี Potocol จะมีให้เลือกอะไรบ้างนั้นให้ท่านดู 
คู่มือแนบไปด้วย   วิธีการก็มีอยู่ว่า หากต้องการเลือกเปลี่ยนค่าPotocol  หรือ Baud Rate
ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยการเลื่อน ดิฟสวิตย์ ที่ด้านข้างของตัวกล้อง   ให้ตรงตามคู่มือ

  

ขั้นตอน 12   จากนั้นก็ตั้งโปรแกรมที่เครื่องบันทึก เพื่อให้ตรงกันกับ Protocol และ 
Baud Rate ของตัวกล้อง วิธีการคือ(เครื่องบันทึก Hi-View) เลือกโปรแกรมตั้งค่า
โหมด PTZ  แล้วให้เลือกปรับเปลี่ยนค่ารุ่นหรือ Protocol ที่โหมด Protocol 
ปรับเปลี่ยนความเร็วสื่อสารข้อมูลที่โหมด Baud Rate

ขั้นตอน 13  หลังจากการตั้งค่าเสร็จ ก็ให้ตอบตกลงที่ มุมบนขวาของจอเมนูและ
ให้ลองเข้าที่โหมดควบคุมกล้อง PTZ  แล้วลองควบคุมดูว่าไปตามคำสั่งหรือไม่ 
หากยังไม่ได้ก็กลับไปดูระบบสายควบคุมที่ขั้นตอนที่ 10 ใหม่ หรือไปดูการตั้งค่า
ที่ขั้นตอนที่ 11,12 ใหม่

คำศัพท์เกี่ยวกับกล้องวงจรปิดที่ควรรู้

ALC 
(ระบบ Automatic Level Control)
เป็นการควบคุมการระดับโดยอัตโนมัติสำหรับกล้องวงจรปิดหมายถึงระบบ
ชดเชยแสงอัตโนมัติซึ่งม่านรับแสง (Iris) ของเลนส์วีดีโอจะหดหรือ
ขยายเพื่อควบคุมแสงที่ผ่านเข้ามา ซึ่งจะพิจารณาจากค่าเฉลี่ยสูงสุดของแสง
โดยจะนำจุดที่มีความสว่างมาใช้พิจารณาในการเพิ่มหรือลดแสง ทำให้ภาพที่
ได้สว่างมากขึ้นหรือลดลงโดยการเฉลี่ยภาพทั่วทั้งฉากเพื่อให้ได้
ภาพที่มีความสมดุลและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

 
น่ากลัว ความสามารถของอุปกรณ์กล้องวงจรปิดเพื่อตอบสนองต่อสัญญาณอินพุทปกติ
การปิดสวิทช์ที่เรียบง่าย การตอบสนองที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดอุปกรณ์ที่
พบมากที่สุดคือการสลับที่จะถือกล้องถ่ายภาพที่สอดคล้องกับการป้อน
ข้อมูลที่เตือนภัย

 
อนาล็อก สัญญาณที่ระดับใด ๆ จะถูกแทนด้วยแรงดันไฟฟ้าเป็นสัดส่วนโดยตรงเป็น
ดิจิตอลไม่ได้

 
มุมมอง มุมฉากสูงสุดที่สามารถมองเห็นผ่านเลนส์

 
รู รับแสง 
เป็นจำนวน F 
โดยทั่วไปค่าจำนวน F 
มากกว่า

 
ทรงกลมเลนส์ เลนส์ที่ออกแบบมาพร้อมกับรูปทรงกลมที่ไม่ใช่เพื่อที่จะ refracts แสงผ่านมัน
ไปทั้งที่ต่ำกว่าเลนส์รูรับแสงเพื่อที่จะส่งผ่านแสงมากขึ้นหรือลด
การบิดเบือนบาร์เรลเมื่อเลนส์มุมกว้าง

   
Auto White Balance  
(AWB)
คุณลักษณะที่เกี่ยวกับกล้องสีโดยกล้องจะตรวจสอบอย่างต่อเนื่องแสงและ
ปรับสีตัวเองเพื่อรักษาพื้นที่สีขาว

   
ความถี่อัตโนมัติ
ควบคุม (เอเอฟซี)
วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้โดยความถี่ของการออสซิลจะยังคงเดิม
โดยอัตโนมัติภายในขีด จำกัด ที่กำหนด

   
กำไรอัตโนมัติ
ควบคุม (AGC)
วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้โดยรับสัญญาณมีการปรับโดยอัตโนมัติว่า
เป็นหน้าที่ของท่านหรือพารามิเตอร์ที่ระบุอื่น ๆ

   
อัตโนมัติม่านตาเลนส์ คือเลนส์ไอริสแบบอัติโนมัติ เป็นเลนส์ที่มีระบบอิเล็คทรอนิกส์
คอยควบคุมม่านรับแสง ช่วยให้เลนส์รักษาระดับแสงที่ผ่านเข้ามา
ได้ไม่ให้มากหรือน้อยจนเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ภาพที่ได้
มีความคมชัดมากขึ้น
   
BLC 
(การชดเชยแสงกลับ)
สมดุลแสงสีขาว 
5,500 แสงไฟทังสเตนหรือแสงไฟฟลูออเรสเซ้นท์



   
โฟกัสกลับ เชิงกล ที่สอดคล้องของอุปกรณ์ถ่ายภาพที่มีจุดโฟกัสของเลนส์
ที่สำคัญที่สุดในเลนส์ซูมเพื่อให้แน่ใจว่าภาพที่อยู่ใน
โฟกัสตลอดระยะการซูม
   
สมดุลสัญญาณ วิธีการส่งวิดีโอมักจะผ่านสายคู่บิด, ที่ประกอบด้วยสัญญาณทั้งสองเท่ากัน
แต่ตรงข้ามจะถูกส่งลงมาสองตัวนำ
   
วงกว้าง ช่วงความถี่ของสัญญาณ ช่วงที่สัญญาณข้อมูลที่มีภาระตรงหรือต้องการ
หรือความแตกต่างระหว่างความถี่ต่ำสุดและสูงสุดของ วงดนตรี
   
ระดับสีดำ ระดับของสัญญาณวิดีโอที่สอดคล้องกับขีด จำกัด สูงสุดจาก
พื้นที่สีดำของภาพ
   
BNC

เป็นหัวต่อของสายเคเบิ้ลที่ใช้ในระบบกล้องวงจรปิด

 

 

C ภูเขา 1 นิ้ว
32 เกลียวต่อนิ้ว 0.69 นิ้ว
(17.5 mm.) เลนส์ที่มีข้อต่อแบบ C-mount สามารถใช้กับกล้องที่มี
ข้อต่อแบบ CS-mount ได้โดยต้องใช้แหวนตัวต่อ
(อะแดปเตอร์แหวนมีขนาด 5 mm.) เพื่อช่วยในการติดตั้ง อย่างไรก็ตาม
เลนส์แบบ CS-mount C-mount ได้

   
CS ภูเขา
1 นิ้ว 32 เกลียวต่อนิ้วจะคล้ายกันกับ C-Mount 
ความแตกต่างก็คือ CS-mount 
0.492 นิ้วหรือ 12.5 มม. 
(แต่ C-mount จะห่าง 0.69 นิ้วหรือ 17.5 mm.) 
เลนส์ที่มีข้อต่อแบบ CS-mount 
C-mount ได้

   
กล้อง อุปกรณ์ที่แปลแสงให้เป็นภาพวิดีโอและส่งภาพที่ในการตรวจสอบ
สำหรับการดู มันมีเซ็นเซอร์รับภาพและวงจรอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ
เพื่อสร้างสัญญาณวิดีโอ
   
แคโทด Ray Tube (CRT) หลอดภาพในจอมอนิเตอร์ที่สามารถทำซ้ำภาพของภาพที่
มองเห็นได้ด้วยกล้อง
   
ข้อมูลที่ ค่าบริการอุปกรณ์คู่ นี่คือสถานะของสารกึ่งตัวนำที่เป็นของแข็ง
อุปกรณ์ถ่ายภาพมักจะเรียกว่าชิปวงจรรวมหรือ" Imager ." 
กล้องสถานะ ของแข็งจะมีบางครั้งเรียกว่ากล้องข้อมูลที่
   
กล้องวงจรปิด เป็นคำย่อของกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(Closed วงจรไฟฟ้า Television) 
หมายถึงระบบวิดีโอที่ถูกใช้เฉพาะในสภาพแวดล้อมแบบปิด
(ใช้ในพื้นที่เฉพาะเจาะจงที่ต้องการตรวจสอบ) 
ซึ่งกล้องวงจรปิดจะถูกติดตั้งเพื่อใช้ในพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวังเป็น
พิเศษเพื่อรักษาความปลอดภัย
   
CD-RW ซีดีรอมที่สามารถเขียนลบและเขียนใหม่โดยไดรฟ์ CD - RW
   
คู่สาย ประเภทของสายเคเบิลหุ้มฉนวนที่มีความสามารถในการดำเนินการ
ที่หลากหลายของความถี่ที่มีการสูญเสียสัญญาณที่ต่ำมาก
   
Composite Video สัญญาณภาพที่สมบูรณ์ประกอบด้วยข้อมูลวิดีโอsync ชีพจร
และเกณฑ์สัญญาณอ้างอิง
   
ตรงกันข้าม ช่วงของค่าแสงและสีในภาพหรืออัตราส่วนระหว่างค่าสูงสุด
และค่าความสว่างขั้นต่ำ
   
db (เดซิเบล) วัดได้จากอัตราส่วนพลังงานของทั้งสองสัญญาณ 
มันจะมีค่าเท่ากับสิบเท่าลอการิทึมของอัตราส่วนของทั้งสองม่านตา
   
DC ประเภทเลนส์ เลนส์อัตโนมัติม่านตากับวงจรภายในซึ่งได้รับแรงดันไฟฟ้า
และสัญญาณวิดีโอจากกล้องเพื่อปรับสัญญาณ
   
ดิจิตอล ระดับสัญญาณที่จะถูกแทนด้วยเลขฐานสอง 
เหล่านี้จะถูกเก็บไว้ใน ร้านค้า
   
บันทึกดิจิตอล นี่คือรูปแบบล่าสุดของการบันทึกและค่อนข้างใหม่ในอุตสาหกรรม
กล้องวงจรปิดที่เป็นผลไม่ได้เป็นวิธีการที่ประหยัดที่สุด 
แต่มันจะมีข้อดีหลายประการที่เหนือกว่าเครื่องบันทึกเทป
อนาล็อกแรกของทั้งหมดที่จะช่วยให้การเข้าถึงที่รวดเร็วไปยังที่ต้องการ
   
อาศัยเวลา ระยะเวลาของการสลับการแสดงผลอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน
ที่กล้องลำดับที่ถัดไป มักจะมีการตั้งค่าตัวแปร
   
ที่อยู่ IP แบบไดนามิก ที่อยู่ไอพี 
ผู้ให้บริการ
IP 
IP และ IP แบบคงที่
   
EI (Electronic ไอริส) ชัตเตอร์ อิเล็กทรอนิ Iris shuttering คือความสามารถของกล้องเพื่อชดเชย
การเปลี่ยนแปลงของแสงในระดับปานกลางในการใช้งานในร่ม
ได้โดยไม่ต้องใช้เลนส์อัตโนมัติม่านตา
   
ext ซิงค์ (ซิงค์ภายนอก) ความสามารถของอุปกรณ์กล้องวงจรปิด, กล้องตามปกติที่
จะยอมรับการหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งของรูปแบบการซิงค์มาตรฐาน
เพื่อให้เป็นไปจัดตัวเองให้ส่วนที่เหลือของระบบ
   
สายใยแก้วนำแสง กระบวนการของการส่งแสงผ่านที่มีความยาวเส้นใยที่มี
ความยืดหยุ่นเช่นกระจกหรือพลาสติกเพื่อวัตถุประสงค์ในการ
ส่งข้อมูลเสียง, วิดีโอ, หรือข้อมูลในระยะทางไกล
   
ความยาวโฟกัส ระยะทาง (มิลลิเมตร) จากเลนส์ไปยังพื้นผิวของเซ็นเซอร์รับภาพที่
ที่สั้นกว่าระยะทางที่กว้างขึ้นดูนั้นอีกต่อไประยะทางที่แคบลง
(ภาพมุมมอง
   
โฟกัส จุดโฟกัส ปรับไปที่เลนส์เลนส์เพื่อช่วยปรับปรุงความชัดเจนของภาพ
   
กิกะไบต์ (GB) 1,024 เมกะไบต์หรือ 1 พันล้านตัวอักษรของข้อมูล ดูเมกะไบต์
   
พื้นดิน จุดเชื่อมต่อไฟฟ้าที่เป็นปกติไปทั้งตัวถังที่เป็นโลหะ, terminal, 
หรือ รถประจำทางพื้นดิน
   
ความละเอียดแนวนอน จำนวนสูงสุดของแต่ละองค์ประกอบของภาพที่สามารถโดดเด่น
ในการสแกนเส้นเดียว
   
Hz (เฮิร์ตซ์) รอบต่อวินาที
   
IR (Infra สีแดง) ช่วงความถี่ที่ต่ำกว่าแสงสีแดงที่มองเห็นได้ใช้สำหรับการเฝ้าระวัง
แอบแฝงหรือเป็นค่าที่ต่ำ ลิงค์วิดีโอไร้สาย
   
อุปกรณ์ภาพ (Imager) เครื่องตรวจจับในกล้องทั้งหลอดหรืออุปกรณ์ CCD สถานะsolid
   
ความต้านทาน ความต้านทานที่มีประสิทธิภาพของวงจรอิเล็กทรอนิกส์
เป็นสัญญาณ AC
   
แสงอินฟาเรด เมื่อมุมมองแสงที่ต่ำอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่มืดแสงอินฟราเรดใช้งาน
จะต้องนำมาใช้สำหรับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แสงอินฟราเรดที่ใช้งาน
อยู่เทคโนโลยีการเฝ้าระวังแบบใหม่ที่เป็นเพื่อประสิทธิภาพว่าภาพ
ที่มีการผลิตมักจะเข้าใจผิดสำหรับภาพขาวดำปกติในเวลากลางวัน
แสงอินฟราเรดที่ใช้งานเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสำหรับ
การใช้งานการเฝ้าระวัง 24 / 7 มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงใน
ทุกสภาพแสงรวมทั้งความมืดทั้งหมด
   
ที่อยู่ไอพี ที่อยู่อินเทอร์เน็ต 
แบบ IP แบบคงที่และแบบไดนามิก IP
   
ม่านตา เปิดปรับค่าได้ ( ไดอะแฟรมเครื่องกล) ผ่านทางที่แสงสามารถ
ผ่านได้และถูกควบคุม
   
JPEG รูปแบบภาพดิจิตอลที่ใช้กันทั่วไปในการบันทึกแบบดิจิตอลเพื่อ
เก็บสีที่มีคุณภาพสูงและระดับสีเทาในรูปแบบภาพ บิตแมปที่ถูกบีบอัด
   
เลนส์ องค์ประกอบแสงโปร่งใสที่ลู่เข้าหารังสีแสงในรูปแบบสองมิติของวัตถุที่
   
อ่านป้ายทะเบียน การอ่านป้ายทะเบียนรถต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะในการประสบความสำเร็จ
เพื่อที่จะเอาชนะความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับความเร็วแสงจ้า, 
แสงสะท้อนแสงและไฟหน้า กล้องที่เลือกควรจะออกแบบมา
โดยเฉพาะสำหรับการอ่านป้ายทะเบียนรถเป็นส่วนใหญ่กล้องทั่วไปจะไม่
ทำงานบนพื้นฐานที่สอดคล้อง แสงอินฟราเรดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ
การทำงานปกติในระหว่างที่ทั้งกลางวันและกลางคืน
   
ล็อคสาย การประสานซิงค์พัเขตข้อมูลของกล้องไฟเลี้ยง AC 
ความถี่ในการป้อนแรงดันไฟฟ้า 
(แรงดันสาย)
   
วนลูป ระยะเวลาที่ระบุว่าอุปกรณ์ความต้านทานที่สูงได้รับ
การเชื่อมต่ออย่างถาวรในแบบคู่ขนานไปยังแหล่งวิดีโอ 
การแสดงผลวิดีโอความสมดุลสำหรับการป้อนข้อมูลในแต่ละวิดีโอ
   
Lux หน่วยวัดความเข้มของแสง หนึ่งเท้าเทียน = 10 ลักซ์
   
คู่มือการใช้งานไอริเลนส์ เลนส์ที่มีการปรับใช้เพื่อตั้งค่าการเปิดม่านตา (F หยุด) 
ในตำแหน่งที่คงที่ ที่ใช้โดยทั่วไปสำหรับการใช้งานแสงคงที่
   
Matrix Switcher สามารถที่จะสลับเส้นทางใด ๆ ของปัจจัยการผลิตกล้องในการใด ๆ 
ของผลการตรวจสอบของตนชื่อ ลิขสิทธิ์ ปกติสำหรับ
ระบบขนาดใหญ่ที่มักจะรวมถึงการควบคุม telemetry
   
เมกะไบต์ (MB) 1,048,576 กิโลไบต์หรือ 1,024 ใช้ในการวัดหน่วยความจำ
คอมพิวเตอร์ บางครั้งใช้เพื่อหมายถึง 1 ล้านไบต์หรือ 
1,024,000 ไบต์ ( 1,000 กิโลไบต์) ยังดูกิกะไบต์
   
หน้าจอ อุปกรณ์ที่แปลงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในภาพวิดีโอที่
ถูกสร้างโดยกล้องและเลนส์ สิ้นสุดภาพของระบบกล้องวงจรปิด
   
MPEG MPEG 
- 1 เป็นมาตรฐานสำหรับวิดีโอ ซีดี - รอมและเสียง MPEG - 

เป็นมาตรฐานสำหรับโทรศัพท์วิดีโอ
   
NTSC 
(โทรทัศน์แห่งชาติ
คณะกรรมการมาตรฐานการ
ดู EIA)
ระบบโทรทัศน์สีที่ใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา กล้องวงจรปิด




   
สัญญาณรบกวน สัญญาณที่ไม่พึงประสงค์ (s) ที่ corrupts สัญญาณวิดีโอต้นฉบับ
และอาจจะลดคุณภาพของภาพ
   
PAL (ระยะที่สลับ
สาย. ดู CCIR)
ระบบโทรทัศน์สีที่ใช้ใน สหราชอาณาจักร

   
กระทะ การเคลื่อนไหวด้านข้างของกล้อง (บนแกนนอน)
   
สูงสุดต่อการจุดสุดยอด ความแตกต่างระหว่างความกว้างมากที่สุดในเชิงบวก
และเชิงลบทัศนศึกษามากที่สุดของสัญญาณ
   
จุดเล็ก ๆ ภาพในภาพ
   
พิกเซล องค์ประกอบภาพ เซลล์ที่มีขนาดเล็กที่สุดหรือพื้นที่ของชิป CCD 
สามารถในการแสดงรายละเอียดบนหน้าจอ
ยิ่งจำนวนพิกเซลที่ความละเอียดสูง
   
ที่ตั้งไว้ล่วงหน้า ตำแหน่งล่วงหน้าของกล้องเงยและซูมโดยใช้การ Potentiometers 
ในชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวของหัวกล้อง เหล่านี้ช่วยให้อุปกรณ์
ควบคุมการจัดเก็บและย้ายไปยังจุดอ้างอิงตั้งค่าไว้เมื่อการควบคุม
สั่งการหรือเมื่อสัญญาณเตือนภัยที่มีอยู่
   
รูปสี่เหลี่ยม อุปกรณ์ที่บีบอัดได้ถึงสี่สัญญาณวิดีโอและพร้อม
แสดงภาพบนจอภาพหนึ่ง
   
Rack Mount (19 "Rack) การเคหะ ที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม 19" กว้างความสูงของมันคือ
การวัดในหน่วยของ 1.75"
   
RAID อาร์เรย์ซ้ำซ้อนของดิสก์ที่เป็นอิสระ การใช้งานสองหรือมากกว่า
ดิสก์ไดรฟ์แทนดิสก์หนึ่งซึ่งให้ประสิทธิภาพของดิสก์ที่ดีกว่า
การกู้คืนความผิดพลาดและยอมรับความผิดพลาดและรวมถึง
เทคนิคการจัดเก็บข้อมูลอินเตอร์มิเรอร์และข้อมูลที่สำคัญ
   
ความละเอียด การวัดความสามารถของระบบกล้องหรือโทรทัศน์ใน
การทำซ้ำรายละเอียด มักจะหมายถึงจำนวนขององค์ประกอบของ
ภาพที่สามารถทำซ้ำที่มีความหมายที่ดี
   
rs232 คอมพิวเตอร์อินเตอร์เฟซแบบอนุกรมที่ใช้กันทั่วไป
   
S / N อัตราส่วน
(อัตราส่วนสัญญาณต่อเสียง)
การวัดระดับเสียงรบกวนของสัญญาณวิดีโอ; สูงกว่าตัวเลขที่ดีขึ้น

   
สแกน การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วของคานการเลือกตั้งในอุปกรณ์ pickup 
ของกล้องหรือใน CRT จากเครื่องรับโทรทัศน์ มันเป็นรูปแบบ
ในลักษณะที่เป็นเส้นสำหรับสายทั่วพื้นผิวที่สำคัญภาพที่
ผลิตหรือผลิตซ้ำภาพวิดีโอ
   
ความไวแสง ความสามารถของกล้องที่จะทำซ้ำฉากที่ได้รับกับจำนวน
ที่กำหนดของแสง มักจะแสดงใน เทียนฟุตหรือลักซ์
   
เซ็นเซอร์ อุปกรณ์ที่บ่งชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงของสถานะใน
การตอบสนองต่อเหตุการณ์หรือสิ่งกระตุ้น เห็นอุปกรณ์ภาพ
   
Switchers ลำดับ อุปกรณ์ที่มีใช้กันทั่วไปในพื้นที่ขนาดเล็กขนาดกลาง
ระบบกล้องวงจรปิด จะสลับเปลี่ยนลำดับภาพวิดีโอที่
แสดงจากกล้องหนึ่งไปยังอีก แต่ด้วยการสลับลำดับ
กล้องทั้งหมดไม่สามารถดูได้พร้อมกัน
   
ที่อยู่ IP แบบคงที่ IP 

IP ที่ตลอดเวลา
ยังดูอยู่ IP และ IP แบบไดนามิก
   
เครื่องเปิดปิด อุปกรณ์ที่ใช้ในการสลับสัญญาณวิดีโอจากสองคนหรือ
มากกว่ากล้องบนจอภาพ
   
ซิงค์ ชื่อย่อสำหรับการประสานอิเล็กทรอนิกส์ pulses ที่แทรกอยู่ในสัญญาณวิดีโอเพื่อวัตถุประสงค์ในการประกอบข้อมูลภาพในตำแหน่งที่ถูกต้อง


   
เลิก
(75 โอห์มเลิก)
ใส่วิดีโอจากชิ้นส่วนของอุปกรณ์กล้องวงจรปิด, 
สายที่จะเป็นครั้งสุดท้ายในสายวิดีโอโดยเฉพาะ

   
การเอียง การเคลื่อนไหวเอียงขึ้นและลงของกล้อง 
เพื่อยกระดับการกดดันหรือมุมแนวตั้งในมุมมอง
   
โซนเวลา ช่วงเวลาในระหว่างที่กิจกรรมจะได้รับอนุญาต
   
เวลาล่วงเลย VCR บันทึกวิดีโอที่สามารถบันทึกเฟรมที่มีการหยุด
ระหว่างพวกเขาจึงขยายเวลาว่าเทปความยาว
ที่เป็นมาตรฐานจะมีอายุการ
   
คู่บิด สายเคเบิลมักจะคัดกรองที่ประกอบด้วยสองตัวนำ
ตีเกลียวเข้าด้วยกันตามความยาว
   
varifocal เลนส์ เห็นเลนส์ซูม มักจะไม่ใช้เครื่องยนต์ (Manual)
   
วิดีโอตรวจจับความเคลื่อนไหว
(VMD)
ระบบที่ใช้สัญญาณภาพที่ได้จากกล้องเพื่อตรวจสอบ
ว่ามีการเคลื่อนไหวในภาพและการตั้งค่าการแจ้งเตือนใด ๆ
   
แสงที่มองเห็นได้ ความยาวคลื่นของแสงที่มองเห็นได้ด้วยตามนุษย์
   
ซูม ความสามารถในการขยายการเปลี่ยนแปลงของฉากที่
   
เลนส์ซูม เลนส์ที่มีความยาวโฟกัสตัวแปร เลนส์ตัวนี้อาจจะถูก
ใช้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นมุมกว้าง, มาตรฐานหรือ
เลนส์ที่แตกต่างกันโดยความยาวโฟกัสของเลนส์ เลนส์ Varifocal

  หลักการทำงานของกล้อง
       เมื่อต่อ adapter เรียบร้อยแล้ว กล้องก็จะทำงาน การทำงาน
ของกล้องจะเริ่มตั้งแต่การรับแสงผ่านเข้ามาในตัวกล้องโดยผ่าน
ทางเลนส์นูนที่มีหน้าที่รวมแสง หลังจากนั้นแสงก็จะไปตกลงบนชิป 
ที่ทำหน้าที่เสมือนฉากรับภาพ , ชิป จะทำหน้าที่แปลงสัญญาณแสง
ให้กลายเป็นสัญญาณไฟฟ้า และนำไปใช้ได้ต่อไป
( เช่น ส่งสัญญาณไปออกโทรทัศน์ ) 

        Lux

      
     LUX    คือหน่วยที่ใช้วัดปริมาณแสง  ( เช่น 0.005 / 1 / 2 / 4 / 5 Lux ) โดยใน spec ของกล้อง
จะระบุปริมาณแสงที่เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อที่จะได้ภาพที่ชัดเจน 

     F-STOP เป็นคุณสมบัติของตัวเลนส์เอง ซึ่งเทียบได้กับความหนาของเลนส์ ( มี  F 1.2 / F1.4  / F2.0 )

     ซึ่งถ้า F-stop น้อย เปรียบเทียบได้กับเลนส์บาง แสงจึงผ่านได้ดี ส่วน F-stop มาก เทียบได้กับเลนส์หนา
แสงจะผ่านได้ไม่ดี ( เลนส์ F1.2 เป็นเลนส์กระจก ใช้งานได้ดี ผลิตในญี่ปุ่น ส่วนเลนส์ F2.0 
เป็นเลนส์พลาสติก ผลิตในเกาหลี ) ส่วนใหญ่ เลนส์ Manual Iris และเลนส์ Auto Iris จะเป็นเลนส์ดี 
ประเภท F1.2 และ F1.4

     ตัวอย่าง  0.5 Lux at F1.2  หมายความว่า กล้องต้องใช้ปริมาณแสง 0.5 Lux ( หรือมากกว่า )
เมื่อใช้กับเลนส์ F1.2 ในการที่จะได้ภาพชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่า หากใช้กับเลนส์ F2.0 ก็จะต้องการปริมาณแสง
เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะต้องการแสง  2 Lux หรือ 4 Lux เลยก็ได้

ค่า Lux ที่แสดงในรายละเอียดของกล้องวงจรปิด จึงหมายถึงค่าของแสงที่กล้องตัวนั้นๆ สามารถจับภาพได้ 
เช่น 0.8 lux (Colour)กล้องตัวนี้สามารถจับภาพที่เป็นภาพสีได้ที่แสง 0.8 Lux หรือ มากกว่า หากแสงน้อยกว่า
0.8 Lux จะเป็นภาพขาวดำ และจะจับภาพไม่ได้ที่ 0 Lux แต่จะไม่บอกไว้เนื่องเป็นค่าคงที่อยู่แล้วของกล้อง
ทุกตัวอยู่แล้ว นอกเสียจากว่ากล้องนั้นเป็นกล้องที่มีอินฟาเรด ดังนั้นการเลือกล้อง วงจรปิดนอกจากจะเลือก
กล้องที่มี TVLine สูงๆ แล้วมักจะนิยมมองหากล้อง ที่มีค่า Lux ตํ่าๆ ด้วย

TV LINE 

      
    คือ ความละเอียดของภาพ (แนวนอน) หากยิ่งมีจำนวนเส้น ทีวีไลน์ สูง
ภาพที่ได้ก็จะคมชัดยิ่งขึ้นตามไปด้วยโดยปัจจุบันจะเริ่มต้นจาก

    330 TVL   ต่ำสุด                              350 TVL

    380 TVL                                         400 TVL

    420 TVL                                         450 TVL

    480 TVL                                         500 TVL

    520 TVL                                         530 TVL

    540 TVL                                         550 TVL

    560 TVL                                         580 TVL

    600 TVL                                         620 TVL

    การทดสอบ-วัดค่า TVLine 
    การทดสอบและวัดค่า TVLine ทำยังไง จะทราบได้อย่างไรว่าค่า TVLine ที่บอกไว้เป็นความจริง

    การเลือกซื้อกล้องวงจรปิดที่เป็นอะนาล็อกสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือเรื่องคมชัดของกล้อง ต้องดูที่ค่าของ 
TVLine ดูง่ายๆ ก็คือค่า TVLine หรือ เส้นสแกน ค่ายิ่งมากบอกถึงว่ากล้องตัวนั้นมีความคมชัดสูงนั่นเอง 
จะต่างจากกล้องที่เป็นระบบดิจิตอล(Network Camera/IP Camera) ที่ค่าจะบอกเป็นพิกเซล หรือ VGA 
ซึ่งจะขอกล่าวถึงในห้วข้อต่อไป

    จะทราบได้อย่างไรว่าค่าที่บอกมาเป็นความจริง แล้วค่าจริงๆ คือเท่าไหร่ สิ่งแรกที่ต้องเตรียมคือ Test TVLine Chart
จะเป็นกระดาษหรือ พลาสติกก็ได้ แต่ต้องเป็นผิวด้านเพื่อลดการสะท้อนแสง นำกล้องที่จะทำการวัดค่า TVLine 
มาจับภาพที่ Test TVLine Chart ปรับเลนส์ในตำแหน่งที่ชัดที่สุด



    การทดสอบตรวจวัดด้วยกล้อง 420 TVL    การทดสอบตรวจวัดด้วยกล้อง 520 TVL 

    สังเกตภาพขณะที่แสดงบนจอแสดงผลหาตำแหน่งที่มีค่าสูงที่สุด(ค่า TVLine)ที่สามารถแยกเส้นออกจากกันได้
ส่วนที่ไม่สามารถแยกเส้นออกจากกันได้นั่นหมายความว่ากล้องไม่สามารถจับภาพที่ความละเอียดมากกว่านั้นได้ นั่นเอง

    การวัด จะต้องใช้จอที่มีความละเอียดในการแสดงผลสูงด้วยเช่น วัด TVLine ที่ 500 TVLine จะต้องใช้จอที่มี
ความละเอียดในการแสดงผลสูงกว่า 500 TVLine ซึ่งจอแสดงผลทั่วไปไม่สามารถแสดงผลได้ 



        การทดสอบตรวจวัดด้วยกล้อง 420 TVL                                          การทดสอบตรวจวัดด้วยกล้อง 520 TVL 

 SHIP SET


     เป็นยี่ห้อของชุดประมวลผลภาพ ซึ่งที่นิยมกันมากก็คือชิฟ SHARP  
และ ชิฟ SONYความแตกต่างของ Chip แสดงผล

     Chip Sharp ให้สีที่ดูจืดกว่า เหมาะสำหรับติดตั้งจุดที่ไม่ต้องการรายละเอียด 
แค่ต้องการเฝ้าระวัง
     Chip Sony ให้สีที่ดูสด ชัดเจนเรื่องของสีสันมาก เหมาะสำหรับติดตั้งจุดที่ต้อง
การรายละเอียดสูงโดยชิฟ SONY นี้จะแยกได้หลากหลายรูปแบบการใช้งานกว่าเยอะ และเน้นชนิด
ที่มีความละเอียดค่อนข้างสูงด้วย



      SHIP SONY

      ขาอุปกรณ์จะเว้นตรงกลาง บน ล่าง



      SHIP SHARP

      ขาอุปกรณ์จะเท่ากัน บน ล่าง

 CCD  (Charge Coupled Device)

      CCD  (Charge Coupled Device ) ส่วน CCD ย่อมาจาก  Charge Coupled Device 
เป็นเซ็นเซอร์แสงที่พัฒนามาจากเทคโนโลยี IC ภายในเซ็นเซอร์ของ CCD 
นี้จะมีแต่วงจรสวนที่ทําหน้าที่รับแสงอย่างเดียว แล้วจึงส่งออกไปพักที่ buffer 
ก่อนจะส่งต่อไปยัง  converter เพื่อแปลงค่าสัญญาณแสงซึ่งเป็นสัญญาณอนาล็อก
ให้เป็นสัญญาณ ดิจิตอลอีกที ดังนั้นสัญญาณที่ออกจากตัวเซ็นเซอร์ CCD 
จึงยังเป็นสัญญาณแบบอนาล็อกอยู่ ซึ่งปัจจุบันจะมีขนาด อาทิ เช่น  1/3”  และ ¼”  
และทั้งสองตัวก็มีข้อแตกต่างทั้งคุณลักษณะและการใช้งานด้วย

  
 
      1/3” ผลึกตรงกลางจะมีขนาดใหญ่กว่าซึ่งจะได้มุมมองภาพกว้างกว่า ¼”  

  

      1/4” ผลึกตรงกลางจะมีขนาดเล็กกว่า ซึ่งจะได้มุมมองภาพทแคบกว่า
แต่ได้ระยะทางไกลกว่า

ข้อสังเกตุ




      CMOS   (Complementary Metal Oxide Semiconductor )
      สําหรับ CMOS ยอมาจาก Complementary Metal Oxide Semiconductor 
เป็นเซ็นเซอร์แสงที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีสารกึ่งตัวนํา ภายในชิปจะมีเซ็นเซอร์
เล็กๆจัดเรียงกันอยู่เป็นจํานวนมาก ซึ่งภายในเซ็นเซอร์นั้นจะมีสวนที่หน้าที่รับแสง
และส่วนที่ทําหน้าที่เป็น converter แปลงสัญญาณแสงเป็น สัญญาณดิจิตอลอยูใน
เซ็นเซอร์ตัวเดียวกันทําให้สัญญาณที่ออกจาก ตัวเซ็นเซอร์ CMOS 
จึงเป็นสัญญาณดิจิตอลเลย



      CCD กับ CMOS แตกต่างกันอย่างไร

      CCD และ CMOS คือ 2 เทคโนโลยีชิปเซ็นเซอร์สําหรับการจับภาพในระบบ 
ดิจิตอล โดยภายในชิปจะประกอบด้วยเซ็นเซอร์ไวแสงทําหน้าที่เป็นตัวรับแสงที่เข้ามา
ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบสัญญาณอนาล็อก 
แล้วเปลี่ยนค่าแสงนั้น ซึ่งเป็นสัญญาณแบบอนาล็อก ไปเป็นสัญญาณแบบดิจิตอล 
วงจรเซ็นเซอร์ CMOS

ข้อเปรียบเทียบระหว่างเซ็นเซอร์แบบ CMOS และ CCD

1.ชิปเซ็นเซอร์ CCD ผลิตด้วยเทคโนโลยี IC wafer ดังนั้นต้นทุนการผลิต
   จึงสูงกวาชิปเซ็นเซอร์ CMOS ซึ่งผลิตด้วยเทคโนโลยีสารกงตัวนํา
2.เนื่องจากภายในเซ็นเซอร์ CCD จะมีแต่วงจรส่วนที่ทําหน้าที่รับแสงเพียง
   อย่างเดียว ขณะที่ใน เซ็นเซอร์ CMOS จะมีทั้งส่วนที่ทําหน้าที่รับแสงด้วยและ
   แปลงสัญญาณด้วย ดังนั้นในขนาดพื้นที่เท่ากันเซ็นเซอร์ CCD จะมีความไวแสง
   สูงกว่า CMOS เพราะมีส่วนที่รับแสงได้มากก่วานั่นเอง
3.และด้วยเหตุเดียวกับข้อ 2. มีผลทําให้เซ็นเซอร์ CCD มีความเร็วในการทํางาน
   น้อยกว่า CMOS เพราะต้องเสียเวลาส่งสัญญาณไปแปลงค่าอีกต่อหนึ่ง ขณะที่ CMOS
   ไม่ต้องทําแล้ว เพราะทําเบ็ดเสร็จในตัวเองเรียบร้อย
4.คุณภาพภาพของชิปเซ็นเซอร์ CCD จะดีกว่า CMOS ด้วยเหตุเดียวกับข้อ  2. เช่นกัน
   เพราะ ในพื้นที่เท่ากัน CCD รับแสงได้มากกว่า จึงมีความละเอียดมากกว่า ให้เส้นแสงที่
   คมชัดกว่า ให้สีที่เหมือนจริงมากกว่า
5.CCD มี Signal to noise ratio สูงกว่า จึงมี่ noise (สัญญาณรบกวนภาพ)
   น้อยกว่า CMOS
6.CCD มีช่วงกว้างในการรับแสงกว้างกว่า คือสามารถรับแสงได้ตั้งแต่แสงเหนือม่วง
   (Ultraviolet - UV) ไปจนถึงแสงใต้แดง (Infrared - IR)
7.CCD ใช้พลังงานมากกว่า CMOS เนื่องจากต้องมีวงจรแปลงสัญญาณเพิ่มขึ้นมาอีก
   จะเห็นว่า CCD ได้เปรียบ CMOS ในเรื่องคุณภาพภาพที่ได้ ขณะที่ CMOS ได้เปรียบ
   ในเรื่อง ความเร็วและการใช้พลังงานน้อยกวา ซึ่งการที่ CCD ใช้พลังงานมากกว่า 
   ทําให้เกิดคามร้อนสะสมสูงกว่า CMOS อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทําให้อายุการใช้งานสั้นลง
   แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตสูงขึ้น พัฒนาให้สามารถผลิต CCD ที่ใช้พลังงานตํ่าลง
   ยืดอายุการใช้งานได้มากขึ้น จึงสามารถมองข้าม ข้อจํากัดนี้ไปได้

กล้องวงจรปิด, แแะอ, spy camera, ip cam, ระบบรักษาความปลอดภัย, กล้องwatashi, เคนโปร, กล้อง vdo, ascctv, ติดตั้งเน็ต ,cctv thailand, cctvคือ, watashi cctv, cctv จราจร, kowa cctv, tum cctv, cctv online,hi view cctv, cctv, cctv bangkok,ขายกล้องวงจรปิด, ขายส่งกล้องวงจรปิด,กล้องวงจรปิดชลบุรี, กล้องวงจรปิดออนไลน์, กล้องวงจรปิด watashi,กล้อง วงจรปิด ไร้สาย ระยะ ไกล, กล้องวงจรปิดไร้สาย, กล้องไร้สาย, ราคากล้องวงจรปิดไร้สาย, กล้องไร้สายราคา ,ip camera คือ, ip camera d-link, ip camera, dlink ipcamera, ip network camera, ขาย ip camera, ip camera hd ,ราคา 
กล้องวงจรปิด, กล้องวงจรปิด ราคา, กล้องวงจรปิดราคาส่ง, เปรียบเทียบ ราคา กล้อง วงจร ปิด, กล้องวงจรปิดราคาประหยัด,ติดตั้งกล้องวงจรปิด, รับติดตั้งกล้องวงจรปิด, การติดตั้ง กล้องวงจรปิด, การ ติด ตั้ง กล้อง วงจรปิด ผ่าน อินเตอร์เน็ต ,ติด กล้อง วงจรปิด ดู ผ่านเน็ต, ดูกล้องวงจรปิด, ดูกล้องวงจรปิดผ่านเน็ต, วิธี ดู กล้อง วงจรปิด ผ่าน อินเตอร์เน็ต,กล้อง วงจรปิด ราคา ถูก ที่สุด, ขายส่ง กล้อง วงจรปิด ราคา ถูก, กล้องวงจรปิดราคาถูก,กล้อง วงจรปิด cctv ราคา ถูก ,โปรแกรม ดู กล้อง วงจรปิด ผ่าน มือ ถือ, โปรแกรมกล้องวงจรปิด, โปรแกรม ดู กล้อง วงจรปิด avtech, โปรแกรมดูกล้องวงจรปิด,ติดกล้องวงจรปิด, รับติดกล้องวงจรปิด, วิธีติดกล้องวงจรปิด, ติดกล้องวงจรปิด ราคา,กล้องวงจรปิดติดรถยนต์ ,กล้องวงจรปิด ip, กล้อง ip camera, กล้อง ip, ip 
กล้องวงจรปิด, กล้อง ip camera ยี่ห้อไหนดี, ขายกล้อง ip camera,วงจรปิด, วงจรปิดไร้สาย, ระบบวงจรปิด, webcam วงจรปิด, วงจรปิด-เปิด,ip camera ราคา, ราคากล้อง ip camera, กล้อง ip camera ราคา, กล้อง ip ราคาถูก, ราคา ip camera,กล้องวงจรปิดip ราคา, กล้อง cctv, อุปกรณ์ กล้อง วงจรปิด cctv, กล้องวงจรปิด cctv, กล้อง cctv จราจร, ขายกล้อง cctv, cctv กล้องวงจรปิด ,กล้อง dvr, dvr ราคา, dvr, ราคา dvr, เครื่อง dvr, เครื่องบันทึกภาพ dvr, dvr กล้องวงจรปิด, กล้องวงจรปิด dvr, dvr card ,กล้องวงจรปิดฟูจิโกะ, กล้องฟูจิโกะ, ฟูจิโกะ, ฟูจิโกะ กล้องวงจรปิด, บริษัทฟูจิโกะ,ซ่อมกล้องวงจรปิด, ซ่อมกล้อง, ร้านซ่อมกล้อง, รับซ่อมกล้องวงจรปิด, ซ่อมกล้อง cctv, วิธีซ่อมกล้องวงจรปิด,กล้องวงจรปิด ยี่ห้อไหนดี, กล้อง วงจรปิด ราคา ถูก บริการ ดี, กล้องวงจรปิดที่ดีที่สุด, กล้องวงจรปิด fujiko ดีไหม,กล้องวงจรปิด avtech, กล้อง avtech, dvr avtech, cctv avtech, avtech cctv, avtech กล้องวงจรปิด, avtech dvr,ราคากล้อง cctv, กล้อง cctv ราคา, กล้อง cctv ราคาถูก, cctv ราคา, ราคากล้องวงจรปิด cctv, ราคา cctv, cctv ราคาถูก,กล้องวงจรปิด เชียงใหม่,กล้องวงจรปิดเชียงราย,กล้องวงจรปิด พะเยา,กล้องวงจรปิดลำพูน,กล้องวงจรปิดลำปาง,กล้องวงจรปิดแพร่,กล้องวงจรปิด แม่ฮ่องสอน,กล้องวงจรปิดฝาง,กล้องวงจรปิดเวียงป่าเป้า,กล้องวงจรปิดน่าน,กล้องวงจรปิดอุตรดิตย์,กล้องวงจรปิดสุโขทัย,กล้องวงจรปิด พิษณุโลก,กล้องวงจรปิดเพชรบูรณ์,กล้องวงจรปิดอุดรธานี,กล้องวงจรปิด ขอนแก่น,กล้องวงจรปิดหนองคาย,กล้องวงจรปิดอุบลราชธานี,กล้องวงจรปิดโคราช,กล้องวงจรปิดนครราชสีมา,กล้องวงจรปิดนครพนม,กล้องวงจรปิด บุรีรัมย์,กล้องวงจรปิดเลย,กล้องวงจรปิดนครสวรรค์,กล้องวงจรปิดพิจิตร,กล้องวงจรปิด 
อยุธยา,กล้องวงจรปิดสุราษฎร์ธานี,กล้องวงจรปิดนครศรีธรรมราช,กล้องวงจรปิด ภูเก็ต,กล้องวงจรปิดยะลา,กล้องวงจรปิดหาดใหญ่,กล้องวงจรปิดสงขลา,กล้องวงจรปิด กำแพงเพชร,กล้องวงจรปิดตาก,กล้องวงจรปิดแม่สอด,กล้องวงจรปิดชลบุรี,กล้องวงจรปิด ฉะเชิงเทรา,กล้องวงจรปิดพัทยา,กล้องวงจรปิดระยอง,กล้องวงจรปิดปราจีนบุรี,กล้องวงจร ปิดประจวบคีรีขันธ์,กล้องวงจรปิดชุมพร,กล้องวงจรปิดจันทบุรี,กล้องวงจรปิด สระแก้ว,กล้องวงจรปิดชัยภูมิ,กล้องวงจรปิดกระบี่,กล้องวงจรปิดเพชรบุรี,กล้องวงจรปิด ปัตตานี,กล้องวงจรปิดราชบุรี,กล้องวงจรปิดลพบุรี,กล้องวงจรปิดสุรินทร์,กล้องวงจรปิด 
สกลนคร,กล้องวงจรปิดศรีสะเกษ,กล้องวงจรปิดอำนาจเจริญ,กล้องวงจรปิดนครปฐม,กล้องวงจรปิดสุพรรณบุรี,กล้องวงจรปิดสระบุรี,กล้องวงจรปิดนราธิวาส,กล้องวงจร ปิดสตูล,กล้องวงจรปิดพัทลุง,กล้องวงจรปิดพังงา,กล้องวงจรปิดระนอง,กล้องวงจรปิดแม่สาย,กล้องวงจรปิดยโสธร,กล้องวงจรปิดมหาสารคาม,กล้องวงจรปิดร้อยเอ็ด,กล้องวงจร ปิด,กล้องวงจรปิดหนองบัวลำภู,กล้องวงจรปิดกาฬสินธ์,กล้องวงจรปิดสิงห์บุรี,รับติดตั้ง กล้องวงจรปิดชัยนาท,กล้องวงจรปิดหล่มสัก,จำหน่ายกล้องวงจรปิด

 

 

Visitors: 73,888