www.chiangmaicctv.com แตกต่างจากเจ้าอื่นอย่างไรผู้จำหน่ายและผู้บริการด้านกล้องวงจรปิดมีมากมายหลายราย ทำไม?..จึงควรใช้บริการเรา

                                                                   

                                                           บริษัท 9 บิลเลี่ยนกรุ๊ป จำกัด

                                      อำเภอเมือง เชียงใหม่ เลขที่ 298/58 จ.เชียงใหม่ 50210

                                      อำเภอเมือง ลำพูน เลขที่ 99/40 อ.เมือง จ.ลำพูน 51000

                                                            โทรศัพท์ 094 - 7895645

                                                            โทรสาร 052 - 005682

                                            https://www.facebook.com/chiangmaicctv

                                                          www.chiangmaicctv.com

                                                                       Line : @9CCTV

                                                    Email : nkt.www@gmail.com

เชียงใหม่

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

เงื่อนไขในการรับประกันสินค้ากล้องวงจรปิด

เงื่อนไขการรับประกันสินค้า 1 ปี

- บริษัทฯ จะรับประกันสินค้าอันเนื่องจากความบกพร่องของสินค้าที่เกิดจากการผลิตของชิ้นส่วน ภายใต้เงื่อนไขการใช้งานปกติ

- บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิให้บริการกับสินค้าที่บริษัทฯ ตรวจพบว่า สินค้าที่รับประกันอยู่ในสภาพผิดปกติหากมีการเรียกใช้บริการที่ไม่ใช่สินค้าที่ทางบริษัทฯ รับประกัน จะมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 800 บาท

- บริษัทฯ จะบริการ แก่สินค้าที่จัดจำหน่ายโดยทางบริษัทฯ  ในกรณีความเสียหายที่เกิดจากความผิดพลาดของผู้ผลิต ภายในระยะเวลา 1 ปีนับจากวันที่ซื้อ พร้อมทั้งได้ลงทะเบียนไว้เท่านั้น

- การรับประกันจะไม่รวมถึงการใช้งานผิดประเภท และความประมาทของผู้ใช้ ความประมาทเลินเล่อ ภัยธรรมชาติ การซ่อมแซมโดยบุคคลที่ไม่มีความชำนาญรวมถึงกระแสไฟฟ้าผิดปกติ (ไฟตก ไฟเกิน ไฟช็อต ไฟกระชาก ฯลฯ)

 

เงื่อนไขการรับประกันการบริการ Service 1 ปี

- บริษัทฯ จะบริการ Service เฉพาะลูกค้าและสินค้าและอุปกรณ์ที่ผิดปกติจากการใช้งานปกติ ที่เกิดจากการผลิตของชิ้นส่วนภายในระยะเวลา 1 ปีนับจากวันที่ซื้อ พร้อมทั้งได้ลงทะเบียนไว้เท่านั้น

- บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิการบริการที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรืออุปกรณ์ที่ผิดปกติ ซึ่งไม่ใช่ความรับผิดชอบของบริษัทฯ จะมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 800 บาท เช่น การเปลี่ยนเราเตอร์ การรีเซ็ตเราเตอร์จากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต รวมถึงการผิดปกติของอินเตอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถดูผ่านออนไลน์ได้

- ลูกค้าที่ให้ทางบริษัทเดินทางไปให้บริการที่นอกเหนือในการรับประกันข้างต้น เก็บเงินค่าบริการเริ่มต้นที่ 800 บาท

- การบริการเซ็ตโทรศัพท์มือถือ เพื่อดูผ่านออนไลน์ทางเราจะติดตั้งและเซ็ตให้ฟรีครั้งแรกเท่านั้น  หากลูกค้าเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือใหม่ หากมีการเรียกใช้บริการไปเซ็ตโทรศัพท์มือถือถึงที่ จะมีค่าบริการ 800 บาท

          **ถ้าลูกค้าสามารถปฏิบัติการผ่านทางโทรศัพท์และทางออนไลน์ได้ จะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น**

- ค่าบริการHostที่หมดอายุ จะคิดค่าบริการอยู่ที่ (Host+ค่าบริการ) 1,500 บาท

**เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยการบริการจะผ่านทางออนไลน์เท่านั้น หากมีการบริการถึงที่คิดค่าบริการอยู่ที่ 800 บาท

- ใบรับประกันนี้ ใช้เฉพาะสินค้าที่บริษัทฯ เป็นผู้จำหน่ายเท่านั้น

 

***บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการรับประกัน โดยที่ไม่ต้องแจ้งให้ทราบล้วงหน้า***

                                        หมายเหตุ..     การรับประกันนี้จะไม่รวมถึงค่าขนส่งและค่าเดินทาง ถึงสถานที่ใช้งาน

           ** การเดินทางติดตั้ง ในตัวเมืองจังหวัดลำพูน รัศมี 40 กิโลเมตร/ในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ รัศมี 40 กิโลเมตร ไม่คิดค่าเดินทาง

           ** หากเกินรัศมี คิดค่าเดินทางเริ่มต้นที่ 500 บาท ตามพื้นที่ดังต่อไปนี้

*****รายการค่าใช้จ่ายในการเดินทางติดตั้งกล้องวงจรปิดในแต่ละพื้นที่****

จังหวัดลำพูน

อ.ป่าซาง ระยะทางไม่เกิน 20 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง  0 บาท

อ.บ้านธิ ระยะทางไม่เกิน 20 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 0 บาท

อ.แม่ทา ระยะทางไม่เกิน 20 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง  0 บาท

อ.เวียงหนองล่อง ระยะทางไม่เกิน 50 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 1,000 บาท

อ.บ้านโฮ่ง  ระยะทางไม่เกิน 50 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 1,000 บาท

อ.ทุ่งหัวช้าง ระยะทางไม่เกิน 100 กม.   ค่าขนส่งและเดินทาง 1,500 บาท

อ.ลี้ ระยะทางไม่เกิน 100 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 1,800 บาท

 

จังหวัดเชียงใหม่

อ.สารภีระยะทางไม่เกิน 20 กม. ค่าขนส่งและเดินทาง 0 บาท

อ.หางดง ระยะทางไม่เกิน 20 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 0 บาท

อ.สันกำแพง ระยะทาง ไม่เกิน 20 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 0 บาท

อ.สันป่าตอง ระยะทาง ไม่เกิน 20 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 0 บาท

อ.แม่ริม ระยะทาง ไม่เกิน 20 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 0 บาท

อ.ดอยสะเก็ด ระยะทาง ไม่เกิน 20 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 0 บาท

อ.แม่ออน ระยะทาง ไม่เกิน 20 กม. ค่าขนส่งและเดินทาง 0 บาท

อ.สันทราย ระยะทาง ไม่เกิน 20 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 0 บาท

อ.ดอยหล่อ ระยะทาง ไม่เกิน 30 กม. ค่าขนส่งและเดินทาง 500 บาท

อ.แม่วาง ระยะทาง 50 กม. ค่าขนส่งและเดินทาง 800 บาท

อ.จอมทอง ระยะทาง 50 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 800 บาท

อ.แม่แตง ระยะทาง 50 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 800 บาท

อ.สะเมิง ระยะทาง 60 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 800  บาท

อ.เชียงดาว ระยะทาง 100 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 1,500 บาท

อ.พร้าวระยะทาง 100 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 1,500 บาท

อ.ฮอด ระยะทาง 100 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง1,500 บาท

อ.ไชยปราการ ระยะทาง 100 กม.ค่าขนส่งและเดินทาง 1,500 บาท

อ.ฝางระยะทาง 150 กม.  ค่าขนส่งและเดินทาง 1,800 บาท

อ.ดอยเต่า ค่าขนส่งและเดินทาง 2,500 บาท

อ.แม่แจ่ม ค่าขนส่งและเดินทาง 2,500 บาท

อ.อมก๋อย ค่าขนส่งและเดินทาง 2,500 บาท

อ.เวียงแหง ค่าขนส่งและเดินทาง 2,500 บาท

อ.แม่อาย ค่าขนส่งและเดินทาง 2,500 บาท

อ.กัลยาณิวัฒนา ค่าขนส่งและเดินทาง 2,500 บาท

จังหวัดลำปาง ค่าขนส่งและเดินทาง 1,500 บาท

จังหวัดเชียงราย ค่าขนส่งและเดินทาง 2,500 บาท

 

คุณลักษณะพื้นฐานของกลองโทรทัศนวงจรปด (CCTV)
แบงเปน 3 ประเภท ไดแก
1. กลองโทรทัศนวงจรปด IP แบบมุมมองคงที่ (IP Fixed Camera)
2. กลองโทรทัศนวงจรปด IP แบบโดมมุมมองคงที่ (Dome IP Fixed Camera)
3. กลองโทรทัศนวงจรปด IP แบบปรับมุมมองได (IP Pan Tilt Zoom Camera)
รายละเอียดคุณลักษณะขั้นพื้นฐาน
1. กลองโทรทัศนวงจรปด IP แบบมุมมองคงที่ (IP Fixed Camera)
1.1. เปนกลองวงจรปดชนิด IP/Network Camera ที่ติดตั้งดวยมุมการมองภาพแบบคงที่
1.2. สามารถแสดงภาพไดทั้งกลางวันและกลางคืน (Day/Night Camera) โดยมีการควบคุมการเลื่อน IR Filter
อัตโนมัติในตัวกลองเมื่อเปลี่ยนโหมดการบันทึกภาพ
1.3. มีระบบการ Scan ภาพแบบ Progressive Scan หรือดีกวา
1.4. มีขนาดตัวรับภาพไมเล็กกวา 1/3 นิ้ว ชนิด CCD หรือ CMOS หรือ MOS หรือดีกวา พรอมเลนสอยูภายใน
ตัวกลอง หรือ มีเลนสแบบตอภายนอกที่เปนชนิดปรับชองรับแสง (Iris) แบบอัตโนมัติได
1.5. สามารถตั้งคาการแสดงความละเอียดภาพ สําหรับพื้นที่ทั่วไป และ สําหรับพื้นที่สําคัญ ใหแตกตางกันได และ
สามารถสงสัญญาณภาพไดที่ 25 FPS หรือดีกวา
1.6. มีความละเอียดของกลองตั้งแต 2 MegaPixels ขึ้นไป หรือ Full HD 1080p หรือดีกวา
1.7. มีความไวแสงนอยสุด ไมมากกวา 0.5 LUX สําหรับการแสดงภาพสี (Day Mode) และไมมากกวา 0.05 LUX
สําหรับการแสดงภาพขาวดํา (Night Mode) หรือดีกวา
1.8. มีระบบปรับภาพอัตโนมัติ Back Focus เพื่อใหภาพที่มีความคมชัดทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนสําหรับพื้นที่
สําคัญ
1.9. สามารถแสดงรายละเอียดของภาพที่มีความแตกตางของแสงมาก (Wide Dynamic Range)
1.10.รองรับการสงสัญญาณภาพแบบ Multi Stream สําหรับพื้นที่สําคัญ
1.11.สงสัญญาณภาพแบบ ONVIF H.264 หรือเทียบเทา
1.12.สามารถทํางานผานระบบเครือขายตามมาตรฐาน IPv4 หรือ IPv6 ได
1.13.ตัวกลองไดมาตรฐาน IP66 หรือติดตั้งอุปกรณเพิ่มเติมสําหรับหุมกลอง (Housing) ที่ไดมาตรฐาน IP66 หรือ
ดีกวา
1.14.สามารถใชงานกับกระแสไฟฟlาที่จายออกจากอุปกรณ แบบ Power Over Ethernet (PoE) ได

กล้องวงจรปิ ดกับมาตรฐาน IP
เห็นพาดหัว "กล้องวงจรปิ ดกับมาตรฐาน IP" แล้วอยากให้ผู้ทีÉใช้กล้องวงจรปิ ด รับรู้ซึÉ ง
ถือเป็ นสําคัญของผู้ใช้กล้องวงจรปิ ดว่าได้รับมาตรฐานจากผลิตภัณฑ์กล้องวงจรปิ ดหรื อไม่
หลายครัÊ งทีÉเราได้กล้องวงจรปิ ดทีÉคุณภาพตํÉากว่ามาตรฐาน เพราะความไม่เข้าใจ ไม่รู้หรือเพราะ
ราคาถูก ล้วนแต่เป็ นปัจจัยทีÉทําให้ได้กล้องวงจรปิ ดไม่ได้คุณภาพดี ทําให้อาจจะต้องเสียเวลา เสีย
ค่าใช้จ่ายในการดูแลทรัพย์สินของท่านเกินความจําเป็ น
วันนีÊเลยนําบทความเรืÉองมาตรฐานวงจรปิ ดมาให้ทราบกันเป็ นความรู้
IP - Ingress Protection RatingsคือมาตรฐานทีÉใช้วัดความสามารถในการปกป้ องสิÉงทีÉ
อยู่ภายในของอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ทัÊงหลายในกรณีของกล้องวงจรปิ ดมันคือสิÉงทีÉบ่งบอกถึง
ความสามารถของตัวถังของกล้องในการป้ องกันวงจรภายในจากสิÉงแวดล้อมภายนอก ซึÉ งแปล
ความได้ว่าเป็ นความทนทานในการใช้งานของกล้องนัÉนเอง
มาตรฐานนีÊถูกพัฒนาขึÊนมาโดย European Committee for Electro Technical
Standardization (CENELEC) (NEMA IEC 60529 Degrees of Protection Provided by
Enclosures - IP Code), ซึÉงการจัดอันดับของการป้ องกันจะแสดงด้วยตัวเลข 2 หลักซึÉงหลักแรก
จะแสดงความสามารถในการป้ องกันของแข็ง และหลักทีÉสองจะเป็ นความสามารถในการ
ป้ องกันของเหลว รูปแบบการแสดงมาตรฐานจะเป็น IPXX ซึÉง XX คือตัวเลขดังกล่าว เช่น IP45
IP66 เป็ นต้น
ความหมายของตัวเลขหลักแรก
0 = ไม่ป้ องกันอะไรเลย
1 = สามารถป้ องกันของแข็งทีÉมีขนาดไม่เกิน 50 มิลลิเมตร เช่น การเผลอไปจับตัวกล้องด้วยมือ
2 = สามารถป้ องกันของแข็งทีÉมีขนาดไม่เกิน 12 มิลลิเมตร เช่น เผลอแตะด้วยนิÊว
3 = สามารถป้ องกันของแข็งทีÉมีตัÊงแต่ 2.5 มิลลิเมตรขึÊนไป เช่น เครืÉองมือ สายไฟ
4 = สามารถป้ องกันของแข็งทีÉมีตัÊงแต่ 1 มิลลิเมตรขึÊนไป เช่น เครืÉองมือ สายไฟ และสายไฟ
ขนาดเล็ก
5 = สามารถป้ องกันฝุ่ นได้ในระดับหนึÉง
6 = สามารถป้ องกันฝุ่ นได้SD-PD-04/ กล้องวงจรปิ ดกับมาตรฐาน IP REV.00
ความหมายของตัวเลขหลักทีÉสอง
0 = ไม่ป้ องกันอะไรเลย
1 = สามารถป้ องกันนํÊ าหยดใส่ได้ เช่น หยดนํÊ าทีÉเกิดจากความชืÊน
2 = สามารถป้ องกันละอองนํÊ าทีÉเข้ามาในมุมไม่เกิน 15 องศาจากแนวตัÊง
3 = สามารถป้ องกันละอองนํÊ าทีÉเข้ามาในมุมไม่เกิน 60 องศาจากแนวตัÊง
4 = สามารถป้ องกันละอองนํÊ าได้จากทุกทิศทาง
5 = สามารถป้ องกันนํÊ าได้ในระดับหนึÉง
6 = สามารถเปี ยกนํÊ าได้แต่ไม่นาน เช่น โดนฝน
7 = สามารถจุ่มนํÊ าได้ทีÉความลึกตัÊงแต่ 15 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร
8 = สามารถใช้งานใต้นํÊ าได้
ดังนัÊนกล้องวงจรปิ ดตามมาตรฐาน IP66 คือ กันฝุ่ นได้ ตากฝนได้นัÉนเอง
ลองพิจารณาดูว่ากล้องวงจรปิ ดของท่านป้ องกันหรืออยู่มาตรฐานทีÉท่านได้รับหรือไม่
อย่างไร ท้ายสุดหวังว่าคงจะได้ความรู้เรืÉองของมาตรฐานกล้องวงจรปิ ด คราวนีÊใครถามหรือบอก
เราก็พอจะได้มีความรู้ไม่ได้ถูกหลอกอีกต่อไป...คงจะมีประโยชน์สําหรับเพืÉอนๆ ทีÉมีกล้องวงจร
ปิ ด หรือผู้ทีÉคิดจะซืÊอกล้องวงจรปิ ดนะครับ

ปจัจบุ นัระบบกลอ้งวงจรปิดเป็นระบบรกัษาความปลอดภยั ทม่ีคีวามจา เป็น
อย่างมากตามสถานที่ที่ต้องการรักษาความปลอดภัยในระดับกลาง จนถึงระดับสูง ซึ่ง
ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีต้องสามารถประยุกต์ใช้งานได้กับระบบต่างๆได้ เช่น
ระบบควบคุมการเข้าออก (Access Control), ระบบอัคคีภัย (Fire Alarm), ระบบรั้ว
ไฟฟ้าแรงสงู (High Voltage) และระบบจับการเคลื่อนไหว โดยจะมีระบบควบคุม
อัตโนมัติ ให้สามารถท างานรวมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการ
ของผู้ใช้ได้ทุกเวลา ความปลอดภัยเป็นเรอ่ืงทม่ีคีวามสา คญั ต่อการดา รงชวีติในปจัจุบนั
ซง่ึเราตอ้งอาศยัระบบรกัษาความปลอดภยัทด่ีแีละมปีระสทิธภิาพในการช่วยป้องกนั
อาชญากรรมหรือเมื่อเกิดอาชญากรรม เตือนเราก่อนที่อันตรายจะเกิดขึ้น และช่วยใน
การประสานงานต่างๆ สามารถส่อืสารกนัอย่างมปีระสทิธภิาพทงั้ในปจจุบันและอนาคต ั
ดังนั้นระบบรักษาความปลอดภัยจึงเป็นที่ต้องการแก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งในหน่วยงาน
ภาครัฐ และเอกชน เช่น สถานที่พักอาศัย ตึกอาคารพาณิชย์ หน่วยงานราชการ
ธนาคาร และโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งระบบเครือข่ายกล้องวงจรปิดได้เข้ามามี
บทบาทในชีวิตประจ าวันเป็นอย่างมาก ซึ่งการใช้งานระบบเครือข่ายกล้องวงจรปิดได้
เข้ามามีบทบาทในท้องตลาดเป็นอย่างมาก ซึ่งการใช้งานระบบเครือข่ายกล้องวงจรปิด
นั้นถือได้ว่าเป็นการน าเอาเทคโนโลยีทางการสื่อสารและการเชื่อมต่อที่ทันสมัยเข้ามาใช้
ภายในระบบรักษาความปลอดภัย ดังนั้นก็ย่อมจะต้องมีการตรวจสอบจัดการ และดูและ
ระบบเหล่านั้นอย่างทั่วถึงและต่อเนื่องเพื่อให้ระบบท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่
ตลอดเวลาไม่ก่อใหเ้กดิปญั หาขึ้นภายในระบบได้ ระบบบริหารจัดการเครือข่าย
คอมพิวเตอร์(Network Management System) จัดการ (Management) และดูแล
(Monitoring) ระบบเครือข่ายเหล่านั้นให้สามารถท างานได้อย่างปกติมีความถูกต้อง
และประสิทธิภาพสูง2
ดังนั้นจึงมีความคิดในการสร้างระบบในการจัดการดูแลระบบเครือข่ายกล้อง
วงจรปิด ทส่ีามารถแสดงผลและสะดวกต่อการตรวจสอบปญั หาต่างๆไดง้่ายขน้ึ เพ่อื
ช่วยอ านวยความสะดวกในการแกป้ ญั หา โดยการทา งานของระบบจะท าหน้าที่คอย
ตรวจสอบสถานะการท างาน เพื่อช่วยเป็นตัวประสานงานและช่วยให้การดูแลเป็นไป
อยา่ งรวดเรว็ และน าผลทไ่ีดไ้ปแกไ้ขอุปกรณ์ทเ่ีกดิปญั หาขน้ึ
1.2 ปัญหาที่เกิดขึ้นกบัระบบ และแนวทางแก้ไขปัญหา
วิธีการด าเนินงานของระบบรักษาความปลอดภัยกล้องวงจรปิด ดังที่กล่าวมาข้างต้นท า
ใหท้ ราบถงึปญั หาของระบบแบบเดมิทใ่ีชอ้ ยปู่ จัจุบนัมปีญั หาเกดิขน้ึกบัระบบเก่าทก่ี าลงัใช้
งานอยู่ ดังนั้นจึงได้น าเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาช่วยในการด าเนินงาน ท าให้มี
ประสทิธภิาพมากยงิ่ ขน้ึ ซง่ึระบบใหมน่ ้ีจะช่วยแกป้ ญั หาทเ่ีกดิขน้ึจากระบบเดมิดงัตารางท่ี
1.13
ตารางที่1.1 แสดงการเปรียบเทียบระหว่างระบบเดิมกับระบบใหม่
สิ่งที่เป็
นปัญหาระบบเดิม สิ่งที่จะพฒั นาในระบบใหม่
-ไมส่ ามารถรบัรปู้ ญั หาของอุปกรณ์ทเกิดขึ้นได้ ่ี
ก่อน จะรู้อีกครั้งเมื่ออุปกรณ์ไม่สามารถท างาน
ได้แล้ว
-พัฒนาระบบซอร์ฟแวร์เพื่อดูแลการท างานของ
อุปกรณ์ระบบกล้องวงจรปิด
-ไม่สามารถรู้สภาวะการท างานของอุปกรณ์ได้
เช่น อุปกรณ์ก าลังท างาน หรือ หยุดท างาน
-สามารถดูสภาวะการท างานของอุปกรณ์ได้
-ไม่สามารถดูเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น ใน
กรณีที่ระบบเกิดไม่สามารถท างานได้หรือ เกิด
หยุดท างานไปชั่วขณะ ท าให้ไม่สามารถทราบถึง
ข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นไปก่อนหน้านี้ได้
-ท าระบบฐานข้อมูลเพื่อเก็บค่าล็อคย้อนหลัง
ต่างๆในกรณทีเ่ีกดิปญั หาขน้ึกบัอุปกรณ์และ
สามารถน าข้อมูลออกมาดูได้ตามต้องการ
-ต้องใช้เวลามากในการหาจุดบกพร่องต่างๆของ
ระบบ
-ลดเวลาในการค้นหาข้อผิดพลาดต่างๆ และเพิ่ม
ความสะดวกต่อการค้นหาอุปกรณ์โดยมีแผนผัง
แสดงต าแหน่งของอุปกรณ์กล้องวงจรปิดที่มี
ปญั หา4
1.3 ขอบเขตของโครงงาน
1.3.1 ท าการวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรมในการร้องขอข้อมูลในระบบเครือข่าย
1.3.2 ท าการสร้างระบบแสดงผลของระบบเครือข่าย แผนผังอุปกรณ์กล้องวงจรปิด เพื่อ
แสดงข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่นและสามารถแสดงจุดที่เกิด Alarm ได้อัตโนมัติ
1.3.3 สามารถตรวจสอบข้อมูลของอุปกรณ์กล้องวงจรปิด โดยแสดงในรูปแบบของ Status,
Descriptions , Up Time, Total Time
1.3.4 สามารถแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดได้โดยผ่าน HTTP API
1.3.5 สามารถน าผลลัพธ์ออกมาแสดง เป็นรายงานของข้อมูลที่เกี่ยวกับรายละเอียดของ
อุปกรณ์กล้องวงจรปิด
1.3.6 สามารถส่งข้อมูล Alarm ผ่าน Email Address ให้กับผู้ดูและระบบได้
1.3.7 สามารถท าการดึงข้อมูลต่างๆของกล้องวงจรปิดภายในระบบเครื่องข่ายที่มีการ
จัดการผ่านโปรโตคอลเอสเอ็นเอ็มพี โดยแสดงในรูปแบบข้อมูลและสถานะการ
ท างาน
1.4 ผลที่คาดหวังและประโยชน์ที่ได้รับ
1.4.1 สามารถทราบถึงหลักการท างานการจัดการระบบเครือขายของกล้องวงจรปิด และ
สามารถน ามาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
1.4.2 น าหลักการของการจัดการเครือข่ายมาใช้ให้เกิดประโยชน์
1.4.3 สามารถน าโปรโตคอลเอสเอ็นเอ็มพีประยุกต์ใช้งานกับอุปกรณ์กล้องวงจรปิดได้
1.4.4 สามารถน า API ประยุกต์ใช้งานกับกล้องวงจรปิดได้
1.4.5 สามารถแกป้ ญั หาไดอ้ ย่างรวดเรว็เมอ่ืเกดิปญั หากบัระบบ
1.4.6 สามารถน าระบบนี้ไปพัฒนาต่อเพื่อให้ระบบสามารถรองรับความต้องการต่างๆของ
ผู้ใช้งาน5
1.5 โครงสร้างของสารนิพนธ์
บทที่ 1 กล่าวถงึในเรอ่ืงของภาพรวมของปญั หาทเ่ีกดิกบัระบบเดมิ และแนวทางการแกไ้ข
ปญั หาในระบบใหม่ เพ่อืใชใ้นการทา สารนิพนธร์วมถงึจุดประสงคข์องสารนิพนธน์ ้ี
บทที่ 2 กล่าวถึงในเรื่องความรู้พื้นฐานที่จ าเป็นส าหรับการน ามาใช้ท าโครงงาน ทฤษฎีระบบ
กล้องวงจรปิด ทฤษฎีเกี่ยวกับ HTTP API ของกล้อง AXIS และทฤษฎีระบบการจัดการ
เครือข่ายโปรโตคอลเอสเอ็นเอ็มพี
บทที่ 3 กล่าวถึงวิธีการออกแบบระบบ โครงสร้างการท างานของระบบ (Structural System)
และขั้นตอนการออกแบบโปรแกรมการท างานบนโปรโตคอลเอสเอ็นเอ็มพี และรายละเอียด
ต่างๆของ HTTP API ในเนื้อหาบทที่3 นี้จะกล่าวถึงวิธีการและขั้นตอนต่างๆที่ได้กล่าวมา
บทที่ 4 กล่าวถึงวิธีการทดลองหรือด าเนินงาน เป็นการกล่าวถึงรายละเอียด และขั้นตอน
การพัฒนาที่ได้กล่าวในเชิงหลักการ วิธีการและขั้นตอนไว้แล้วในบทที่ 3 จะกล่าวถึงทั้ง
ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และอัลกอริทึม ที่น ามาใช้ในโครงงาน และมีผลการด าเนินงานออกมา
แสดงให้ดูเป็นตัวอย่าง มีผลการวิเคราะห์ในการทดสอบระบบ และแสดงเป็นผลให้ดูได้อย่าง
เข้าใจ
บทที่ 5 สรุปผลโครงงาน เป็นการสรุปว่าการด าเนินการของโครงการบรรลุวัตถุจุดประสงค์
อย่างไร ในการพัฒนาระบบการจัดการเครื่อข่ายของกล้องวงจรปิด6
บทที่ 2
พื้นฐานและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
ในบทนี้จะกล่าวถึงทฤษฎีของกล้องวงจรปิด และระบบการจัดการเครือข่ายด้วยโปรโตคอลเอ็ส
เอ็นเอ็มพี รวมถึงทฤษฎีและหลักการที่เกี่ยวข้องในสารนิพนธ์นี้
2.1 ระบบกล้องวงจรปิด (Close Circuit Television System)
ระบบกล้องวงจรปิดหรือระบบโทรทัศน์วงจรปิด เป็นการส่งสัญญาณภาพจาก
กล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ได้ติดตั้งตามต าแหน่งที่ต่างๆมายังส่วนดูภาพและบันทึกภาพ
โดยทั่วไปจะติดตั้งอยู่คนละที่กับตัวกล้อง เช่น ห้องควบคุม ห้องเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
เป็นต้น อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบโทรทัศน์วงจรปิดมีดังนี้
 กล้องโทรทัศน์วงจรปิด
 เลนส์
 จอภาพ
 เครื่องบันทึกภาพ
 อุปกรณ์เสริมต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการท างานของระบบโทรทัศน์วงจร
ปิด7
2.1.1 โครงสร้างระบบเครือข่ายกล้องวงจรปิดโดยการใช้วีดีโอเซิร์ฟเวอร์
ในระบบเครือข่ายกล้องวีดีโอหนึ่งเครือข่าย สามารถใช้วีดีโอเซิร์ฟเวอร์เพื่อเป็น
วีดีโอเซิร์ฟเวอร์ในระบบเครือข่ายจะประกอบไปด้วยอุปกรณ์เน็ทเวิร์คสวิตช์
คอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ และ คอมพิวเตอร์ไคลเอนต์ โดยมีตัวกลางซอร์ฟแวร์เป็นตัว
คอยจัดการกับอุปกรณ์กล้องวงจรปิดและระบบเครือข่ายต่างๆโดยมีซอฟร์แวร์คอย
จัดการระบบอยู่ที่เครื่องเซิฟร์เวอร์ และมีเครื่องไคลเอนต์ ไวเ้ฝ้าดภาพใน ู ระบบ ในการ
เชื่อมต่อระบบกล้องอนาล็อกจะท าการเชื่อมต่อมาที่ วีดีโอเวิร์ฟเวอร์ซึ่งสามารถบีบอัด
ภาพวีดีโอเป็นแบบดิจิทัล ต่อจากนั้น วีดีโอเซิร์ฟเวอร์จะท าการเชื่อมต่อไปที่ระบบ
เครือข่ายและส่งภาพวีดีโอผ่านอุปกรณ์เน็ทเวิร์คสวิตช์เพื่อไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์
เซิร์ฟเวอร์ ในการบันทึกและดูภาพต่างๆได้
ข้อดีของการเพิ่มอุปกรณ์ วีดีโอเซิร์ฟเวอร์เข้ามาในระบบเครือข่าย
 ใช้มาตรฐานระบบเครือข่ายและอุปกรณ์ไคลเอนต์ เซิร์ฟเวอร์ เพื่อ
บันทึกภาพจัดการกับระบบเครือข่าย
 สามารถเพิ่มกล้องในตัวอุปกรณ์ตัวเดียวกันได้
 หนึ่งไอพีแอดแดรสสามารถรองรับอุปกรณ์กล้องได้จ านวนหลายตัว
 อนาคตสามารถเพิ่มจ านวนกล้องและอุปกรณ์ได้
รูปที่ 2.1 ภาพแสดงการเชื่อมต่อด้วยการเพิ่มวีดีโอเซิร์ฟเวอร์เข้ามาในระบบ8
2.1.2 ระบบเครือข่ายกล้องวงจรปิด (IP Camera)
ระบบนี้เป็นการรวมระบบเครือข่ายกล้องวงจรปิดที่รวมอยู่ภายในตัวอุปกรณ์
และ คอมพิวเตอร์ ในการจัดการกับระบบเครือข่ายกล้องวงจรปิดโดยใช้เครื่อขายแลนหนึ่งเส้น
ต่อกล้อง 1 ตัว เพื่อท าการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์เน็ทเวิร์คสวิตช์เพื่อใช้ในการเซ็ตค่าต่างๆใน
อุปกรณ์ และสามารถรองรับระบบ PoE (Power Over Ethernet) บนมาตรฐาน IEEE 802.11af
ที่ตัวอุปกรณ์
 มีความละเอียดของภาพสูง (Mega pixel)
 สามารถท างานเข้ากับระบบกล้องแบบอนาล็อกได้ดี
 รองรับ PoE และอุปกรณ์ไร้สาย
 รองรับ Pan/Tile/Zoom และเสียงในระบบเครือขายได้
 สามารถรองรับรูปแบบไฟล์ได้หลายรูปแบบ เช่น MPEG-4 และ Motion JPEG
รูปที่ 2.2 แสดงระบบกล้องไอพีเน็ทเวิร์ค9
2.2ระบบบริหารเครือข่าย (Network Management System)
ในการบริหารจัดการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในองค์กรที่นับวันจะมีการเพิ่มความ
ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากความต้องการใช้งานขององค์กรที่มีการเพิ่มเทคโนโลยีด้าน
อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นทุกขณะดังนั้นงานของผู้จัดการระบบเครือข่ายจึง
จ าเป็นต้องมีเครื่องมือที่ดี และเหมาะสมกับระบบเครือข่ายของตนเอง เพื่อใช้ในการเฝ้าตดิตาม
วเิคราะห์ เพ่อืใชใ้นการเฝ้าตดิตาม วเิคราะหแ์ละแกไ้ขปญั หาของระบบทอ่ีาจจะเกดิขน้ึได้ การ
แกไ้ขปญั หาต่างๆ เป็นงานสา คญั อยา่ งยงิ่ ของระบบเครอืขา่ ย และงานทส่ี าคญั ของการแกไ้ข
ปญั หาคือการมอนิเตอร์ระบบเครือข่ายนั่นเอง โดยทั่วไปการท างานของโปรแกรมมีพื้นฐานบน
โปรโตคอลเอสเอ็นเอ็มพี ท าให้มีการใช้งานไปได้อย่างกว้างขวาง และยังมีขีดความสามารถที่
น่าสนใจหลายประการ เช่น สามารถตรวจสอบการท างานของอุปกรณ์ในระบบ สามารถค้นหา
โครงสร้างของเครือข่ายได้โดยอัตโนมัต ซึ่งในการบริหารระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ที่ประกอบไป
ด้วยคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่สนับสนุนอุปกรณ์สื่อสารนับร้อยนับพันนั้น มีความสลับซับซ้อน
เป็นอย่างยิ่ง มาตรฐานที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดคือโปรโตคอล เอสเอ็นเอ็มพี ซึ่งก าหนดโดย IETF
(International Engineering Task Force) มาตรฐานโปรโตคอลเอสเอ็นเอ็มพี ครอบคุมทั้งใน
เรอ่ืงสถาปตัยกรรมในการบรหิารระบบเครอืข่ายโปรโตคอลซง่ึใชใ้นการตดิต่อส่อืสารระหว่าง
อุปกรณ์และซอฟต์แวร์ต่างๆ รวมทั้งลักษณะของข้อมูลซึ่งแสดงคุณสมบัติของอุปกรณ์ในระบบ
เครือข่ายได้10
รูปที่ 2.3 แสดงโครงสร้างของระบบบริหารเครือข่าย
จากรูปที่ 2.3 แสดงถึงโครงสร้างของระบบเครือข่ายโดยมีตัว Management คอยท า
หน้าที่ดูแลควบคุมการท างาน และท าการติดต่อกับตัว Agent ต่างๆ ที่อยู่ภายในระบบเครือข่าย
องค์ประกอบต่างๆภายในระบบบริหารเครือข่ายมีดังนี้
 Management Station (MS)
 Management Agent (MA)
 Management Information Base (MIB)
 Network Management Protocol (NMP)11
2.2.1 Management Station (MS) เป็นสถานีการจัดการเครือข่ายส่วนกลางซึ่ง
ท าหน้าที่ดูแลตรวจสอบ และควบคุมการท างานของอุปกรณ์ในเครือข่าย ดังรูป
ที่2.3
รูปที่ 2.4 แสดงองค์ประกอบในระบบจัดการเครือข่าย
2.2.2 Management Agent (MA) เป็นสมาชิกในระบบการจัดการเครือข่าย ซึ่ง
มฟี
ังกช์ นั่ ทใ่ีหต้รวจสอบและปรบัเปลย่ีนการทา งานของอุปกรณ์ โดยสามารถส่งขอ้ มลูสถานะ
ของมันออกไปยังระบบอาจจะเป็นฮาร์ดแวร์ หรือซอฟต์แวร์ก็ได้ ในกรณีที่ส่งข้อมูลไปยังระบบ
ได้นั้นที่ตัวอุปกรณ์จ าเป็นต้องมีโปรโตคอลเอสเอน็ เอม็ พเีอเจนตฝ์
ั่งอยใู่นตวัอุปกรณ์ เมอ่ืสถานี
จัดการเครือข่าย ร้องขอข้อมูล ข้อมูลก็จะถูกส่งไปยังสถานีจัดการเครือข่าย โดยก่อนที่จะท าการ
ส่งข้อมูลไปยังสถานีจัดการเครือข่ายได้นั้น มันจะท าการตรวจสอบสทิธในรูปแบบของรหัสผ่าน ิ์
ว่ามสีทิธในการร้องขอข้อมูลหรือไม่ ิ์12
รูปที่ 2.5 รูปแบบการท างานของ โปรโตคอลเอสเอ็นเอ็มพี เอเจนต์
เอเจนต์ประกอบไปด้วย 2 ส่วน ด้วยกัน คือ โปรโตคอลเอ็นจิน (Protocol Engine) และ
ฐานข้อมูลสารสนเทศการจัดการ (Management Information Base) ดังรูปที่ 2.6
รูปที่ 2.6 โครงสร้างของโปรโตคอลเอสเอ็นเอ็มพี เอเจนต์
จากรูปที่ 2.6 โปรโตคอลเอ็นจินท าหน้าที่ประมวลผลค าสั่งที่มาจากสถานี
จัดการเครือข่ายได้แก่ รับค าสั่งถอดรหัสค าสั่ง ท างานตามค าสั่ง และส่งผลตอบกลับไปยัง
ฐานข้อมูลสารสนเทศการจัดการเป็นส่วนที่เก็บตัวแปล พร้อมทั้งค่าก าหนดการท างานของ
อุปกรณ์13
2.2.3 Management Information base (MIB) อุปกรณ์ระบบเครือข่ายจะ
รายงานสถานะไปยังเอสเอ็นเอ็มพีเมนเนจเม้นโดยอ่านจากมิบนี้ ภายในมิบจะบรรจุข้อมูลหลาย
ชนิด เช่น ข้อมูลสถานะอุปกรณ์และระบบด้านประสิทธิภาพของอุปกรณ์ และค่าต่างๆของ
อุปกรณ์ที่ก าหนดไว้ โครงสร้างมิบ ถูกก าหนดโดย ISO ใช้โครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree) ในการ
อ้างถึงแต่ละโหนดภายในทรีนี้
2.2.4 Network Management Protocol (NMP) ท าหน้าที่เป็นศูนย์กลางการ
ควบคุม และเฝ้ามองเครอืขา่ ยมรีะบบเตอืนเมอ่ืมสี่วนหนึ่งส่วนได้ของเครือข่ายท างานผิดพลาด
หรือเกิดข้อขัดข้อง ท าให้ผู้ดูแลระบบทราบได้ทันทีและเข้าไปท าการแก้ไขได้รวดเร็วหน้าที่หลัก
ของเอ็นเอ็มพี คือการตรวจสอบเครือข่ายตลอดเวลา ท ารายงานสถิติการใช้เครือข่าย เช่น สถิติ
ของปริมาณข้อมูล ปริมาณผู้ใช้ สามารถเขียนเป็นกราฟเพื่อให้ผู้ดูแลระบบน าไปวิเคราะห์และ
วางแผนขยายเครือข่าย ผู้ดูแลระบบยังสามารถตรวจสอบและแก้ไขระบบจากจุดศูนย์กลาง
รวมถึงการติดตั้งซอฟต์แวร์ การตั้งค่าระบบให้กับอุปกรณ์เครือข่ายที่อยู่ห่างไกล เอ็นเอ็มพี จึง
เป็นอุปกรณ์ที่ระบหรือเครือข่ายขนาดใหญ่หรือผู้ให้บริการเครือข่ายแบบสาธารณะที่มี
ผู้ใช้บริการจา นวนมากจา เป็นตอ้งมี เพราะเป็นอุปกรณ์ทท่ีา ใหก้ารเฝ้ามองระบบเป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ14
2.3 โปรโตคอลเอสเอ็นเอ็มพี (Simple Network Management Protocol: SNMP)
SNMP ย่อมาจาก Simple Network Management Protocol เป็น Network
Management Protocol ตัวหนึ่งที่ช่วยในการจัดการ และบริหารเน็ตเวิร์กได้จากศูนย์กลาง เอส
เอน็ เอม็ พี ในปจัจบุ นัเป็นทน่ีิยมใชก้ นั มากในระบบบริหารเครือข่าย โดยจะท าหน้าที่ใน
การสือสารระหว่างตัว Management Station (MS) กับ Management Agent (MA) ภายใน
ระบบบริหารเครือข่ายเอสเอ็นเอ็มพี เป็นโปรโตคอลที่อยู่ใน Application Layer ของ
Transmission Control Protocol/Internet Protocol (TCP/IP) มีจุดมุ่งหมายให้ท างานกับ User
Data Protocol (UDP) ทั้งนี้เนื่องจากการท างานของ UDP เป็นลักษณะแบบ Connectionless
คือไม่มีการสร้างการเชื่อมต่อก่อนที่จะท าการส่งข้อมูล จึ่งสามารถส่งข้อมูลได้รวดเร็ว เหมาะ
ส าหรับที่จะส่ง Message สั้นๆ อย่าง Message ของเอสเอ็นเอ็มพี มากกว่า TCP เครือข่าย IP
ในปจัจบุ นัมกัจะดา เนินการผ่านโปรโตคอลเอสเอน็ เอม็ พี ปจัจุบนัเอสเอน็ เอม็ พี มหีลายเวอรช์ นั่
ตัวที่ใช้ทั่วไปคือ SNMPv1 โดย SNMPv2 ยกระดับความสามารถและประสิทธิภาพการท างาน
จากเดิมเช่น เพิ่มค าสั่งพื้นฐานส าหรับใช้ในการจัดการเครือข่าย เพิ่มกลุ่มของอ็อบเจ็คภายใน
ฐานข้อมูล, มิบ และ SNMPv3 แกไ้ขปญั หาความไม่ปลอดภยัของเอสเอน็ เอม็ พี โดยเพมิ่
ความสามารถ Authentication และ Privacy จากรูปที่ 2.7 แสดงรูปแบบค าสั่งพื้นฐานที่ใช้
ทั้งหมด 8 ค าสั่งของเอสเอ็นเอ็มพี15
รูปที่ 2.7 แสดงรูปแบบค าสั่งของเวอร์ชั่นต่างๆของ SNMP
Massage การท างานโดยทั่วไปของโปรโตคอลเอสเอ็นเอ็มพี จะประกอบไปด้วย ดังนี้
GetRequest เป็น Message ที่ตัว MS ส่งไปยัง MA เพื่อบอกว่า MS ต้องการ
ทราบข้อมูลอะไรจาก MA ซึ่งก าหนดโดย Object Identifier ที่ส่งไปพร้อมกับ Message เช่น MS
ระบุ Object Identifier เป็น 1.3.6.1.2.1.1.1.0 ซึ่งเป็นการระบุ ว่าต้องการทราบข้อมูล sysDescr
หรือ ส่วนของรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ตัว MA ท างานอยู่ซึ่งทาง MA ก็จะตอบข้อมูล
รายละเอียดของอุปกรณ์ตัวที่มันท างานอยู่กลับมา
GetNextRequest โดย Message ชนิดนี้ต่างจาก GetRequest ตรงที่ข้อมูลที่
ส่งกลับมาจาก MA จะไม่ใช่ข้อมูล ของ Object Identifier ที่ MS ส่งไปให้แต่จะเป็นข้อมูล ของ
Object Identifier ได้ โดยจะใช้ Message GetnextRequest ที่ให้ Object Identifier เป็น
1.3.6.1.2.1.1 ซึ่งเป็น การเข้าถึงกลุ่ม System ใน MIB โดยที่ไม่ระบุว่า ต้องการทราบข้อมูล
อะไรในกลุ่ม System ดังนั้นเมื่อเวลาที่ MA มี Message GetResponse กลับมาให้มันก็จะส่งค่า16
ของ Object Identifier เป็น 1.3.6.1.2.1.1.1.0 ซึ่งก็คือค่าของ sysDescr ที่อยู่ในกลุ่ม System
ซึ่งเป็นค่าของ Object Identifier ตัวถัดไปในทรีนั่นเอง
SetRequest เป็น Message ที่ MS ใช้บอกให้ MA เปลี่ยนแปลงค่า
Configuration ต่างๆ ของข้อมูลมิบของอุปกรณ์นั้นๆ
GetResponse เป็น Message ที่ MA ใช้ในการส่งผลลัพธ์กลับมาให้ MS จาก
การที่ MS ได้ท าการส่ง Message GetRequest, GetNextRequest, SetRequest ไปให้
Trap เป็น Message ที่ MA ส่งไปให้ MS เพ่อืรายงานเหตุการหรอืปญั หาต่างๆ
ที่เกิดขึ้น
รูปที่ 2.8 แสดงการท างานของ Trap
จากรูปที่ 2.8 ทางซ้ายมือ MS จะท าการส่งค่า GetRequese ไปยงัฝั่ง MA เมื่อ MA
ได้รับค่าก็จะท าการส่งค่า Response กลับมายัง MS รปู ทางขวามอื เมอ่ือุปกรณ์เกดิปญั หา
เกิดขึ้น Trap ก็จะท าการแจ้งเตือนมายัง MS17
รูปที่2.9 แสดงถึงรูปแบบ Message ของ SNMP ในรูปแบบต่างๆ18
จากรูปที่ 2.9 จะเห็นได้ว่ารูปแบบของ Message ของ SNMP จะประกอบไปด้วย 3
ส่วน คือ
1. Version เป็นตัวระบุว่า Message ที่ส่งไปเป็นเวอร์ชั่นอะไร
2. Community โดยตัว MA ทุกตัวจะต้องมี Community อยู่ 2 ตัวคือ Community
ส าหรับอ่านข้อมูลซึ่งจะใช้ใน Message GetRequest และ GetnextRequest และ
GetnextRequest โดยทั่วไปจะก าหนดรูปแบบ Community Public กับ
Community Private ส าหรับการเปลี่ยนค่าของ MIB ซึ่งจะใช้ในค าสั่ง GetRequest
3. SNMP Protocol Data Unit (PDU) เป็นส่วนที่เก็บรายละเอียดของ Message ที่
ต้องส่ง โดยในแต่ละ PDU จะประกอบไปด้วยข้อมูลต่างๆดังนี้
 PDU Type เป็นข้อมูลที่บอกให้ทราบชนิดของ PDU ว่าเป็น GetRequest,
GetnextRequest, SetRequest, GetResponse หรือ Trap
 Request-ID โดยตัว MS จะก าหนดหมายเลขมาให้กับแต่ละ Message ที่
ส่งไปยัง MA เมื่อ MA ส่ง Message ใด
 Error Status และ Error-Index ข้อมูลทั้งสองตัวนี้จะใช้รวมกันในการบอก
ถึงสาเหตุของ Error ที่เกิดขึ้นในการติดต่อกับ MA
 Varible – binding ประกอบด้วยรายชื่อของ Object Identifier กับค่าของ
มันใน GetRequest PDU และ GetnextRequest PDU ค่าของ Object
Identifier จะก าหนดให้เป็น “null” และเมื่อ MA ส่ง message
GetReaponse กลับมา ค่าของ Object Identifier จะเปลี่ยนเป็นข้อมูลของ
Object Identifier ที่อยู่ในอุปกรณ์ที่ MA ท างานอยู

Visitors: 80,569